พาณิชย์ อัพเป้าเงินเฟ้อ ปีนี้เป็น 1.5- 2.5% หวั่นสงครามยืดเยื้อ-น้ำมันดันข้าวแกงราคาพุ่ง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป( เงินเฟ้อ )เดือนมี.ค.2569ว่า ลดลง0.08%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เป็นการปรับลดลงในอัตราที่ชะลอตัว ส่วนตั้งแต่ไตรมาส 2 คาดว่าจะกลับมาเป็นบวก เนื่องจาก
1. ราคาน้ำมันขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกจากสงครามตะวันออกกลาง 2. ราคาสินค้าเกษตร ผักสดและไข่ไก่เพิ่มจากผลผลิตที่ลดลงจากอากาศร้อน3. ราคาเนื้อสัตว์สุกรและไก่สูงขึ้น จากต้นทุนอาหารสัตว์และขนส่งที่เพิ่มขึ้น 4. ค่าโดยสารทางอากาศเพิ่มขึ้นและ 5. แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ ทำให้โรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
“จากแนวโน้มขาขึ้น กระทรวงพาณิชย์ จึงปรับเพิ่มเป้าเงินปี 2569 เป็น1.5 – 2.5% (ค่ากลาง 2.0%) จากเดิม 0.0 – 1.0 %(ค่ากลาง 0.5% ) บนสมมุติฐานจีดีพี1.5-2.5 % น้ำมันดูไบ75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ “ นายนันทพงษ์ กล่าว
นายนันทพงษ์กล่าวว่าจากสถานการณ์สงครามไม่ชัดเจนว่าจะยืดเยื้อและรุนแรงแค่ไหน กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำผลกระทบเงินเฟ้อไว้ 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 สงครามจบเร็ว/น้ำมันขึ้นสั้น 2 เดือน เงินเฟ้อทั้งปีเฉลี่ยที่ 1.5% – 2.5% โดยคาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 2 จะมีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดของปีที่ 3.67% และกรณีที่ 2 สงครามยืดเยื้อ 3 เดือนขึ้นไป เงินเฟ้ออาจพุ่งไปถึง 2.5% – 3.5% % โดยคาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 2 จะมีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดของปีที่ 5.78%
“ คาดการณ์ยากว่าสงครามจะจบได้เร็วหรือยืดเยื้อ หากยืดเยื้อ3-5เดือนมีโอกาสูงที่เงินเฟ้ออาจพุ่งแตะ3.5% หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์คือ ควบคุมการผลิตสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ดูแลค่าครองชีพไม่ให้ขึ้นเร็วเกินไป ที่ต้องติดตามใกล้ชิดคือ อาหารจานเดียว เพราะที่มีน้ำหนักในเงินเฟ้อถึง 15.15% และพลังงานมีน้ำหนัก 12.25 % เฉพาะน้ำมัน 7.75 % “ นายนันทพงษ์ กล่าว