เปิดผลกระทบ ดีเซล ปุ๋ยแพง ซัดต้นทุนเกษตรกรผู้ปลูก ข้าว–อ้อย–กาแฟ อ่วมสุด
นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล และ ปุ๋ยแพง จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง กำลังซ้ำเติมภาคการเกษตรไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว ถั่ว อ้อย และกาแฟ ที่มีการใช้น้ำมันและปุ๋ยในสัดส่วนต้นทุนค่อนข้างสูง ส่งผลให้มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกเพิ่มขึ้น 68.8% จาก 29.94 บาทต่อลิตร เป็น 50.54 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นถึง 195% ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลังเกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ราคาปุ๋ยเคมีในประเทศปรับเพิ่มเฉลี่ย 7.3% จาก 1,125 บาทต่อกระสอบ เป็น 1,208 บาทต่อกระสอบ โดยปุ๋ยสูตร 46-0-0 ปรับขึ้นสูงสุดถึง 15.5% สอดคล้องกับตลาดโลกที่ราคาปุ๋ยยูเรียทะยานขึ้นราว 50% สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่เริ่มส่งผ่านมายังเกษตรกรไทยอย่างชัดเจน
จากการประเมินผลกระทบด้านต้นทุน พบว่า การปรับขึ้นของราคาดีเซลในระดับปัจจุบัน จะทำให้ ต้นทุนการผลิตข้าวเพิ่ม 10.3% ถั่วเพิ่ม 11.7% อ้อยเพิ่ม 7.5% และกาแฟ–ชาเพิ่ม 6.8% ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนการใช้น้ำมันคิดเป็น 10–20% ของต้นทุนรวม
นอกจากนี้ หากราคาปุ๋ยในประเทศปรับขึ้นตามตลาดโลกถึง 50% จะยิ่งซ้ำเติมต้นทุนภาคเกษตร โดยเฉพาะ ถั่วที่ต้นทุนอาจพุ่ง 23.9% ข้าว 22.8% อ้อย 20.6% และกาแฟ–ชา 20% สะท้อนความเปราะบางของพืชเศรษฐกิจหลักที่อาจส่งผลต่อราคาสินค้าอาหารและวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานต่อไป