กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคชาวเนเธอร์แลนด์เติบโตต่อเนื่อง เน้นสินค้าไลฟ์สไตล์ อาหาร เครื่องดื่ม
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์
ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสลิลา เทพเกษตรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ถึงผลการสำรวจตลาดการช็อปปิ้งออนไลน์ของเนเธอร์แลนด์ในปี 2026 และโอกาสในการขยายตลาดสินค้าไทยเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ เพื่อจำนวนให้กับผู้บริโภคชาวเนเธอร์แลนด์
โดยทูตพาณิชย์ ได้รายงานข้อมูลว่า ตลาด e-Commerce ของเนเธอร์แลนด์ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราการเติบโตจะชะลอลงเล็กน้อย โดยยอดขายออนไลน์ในปี 2024 ขยายตัวร้อยละ 9.6 เทียบกับปี 2023 และในปี 2025 เติบโตร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับปี 2024
“ปี 2026 ABN AMRO คาดการณ์ว่ายอดขายออนไลน์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการชอปปิงออนไลน์ต่อเนื่อง แต่ตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงความเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ABN AMRO คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายในภาคค้าปลีกโดยรวมจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1 ในปี 2026 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากค่าจ้างที่ปรับตัวสูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลง แต่ผู้บริโภคมีแนวโน้มระมัดระวังในการใช้จ่ายก้อนใหญ่ เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่
นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ตลาด e-Commerce ของเนเธอร์แลนด์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการซื้อสินค้าออนไลน์หลังช่วงโควิด-19 และยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวก ความรวดเร็ว และความยั่งยืนของสินค้า
รายงานจาก Ecommerce Europe และ Statista ระบุว่า มูลค่าตลาด e-Commerce ของเนเธอร์แลนด์มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 6–8 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 36 พันล้านยูโร เป็นสัดส่วนหนึ่งในสามของยอดค้าปลีกทั้งหมดของประเทศ
โดยสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม และสินค้าไลฟ์สไตล์จากต่างประเทศได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีเอกลักษณ์ และมีเรื่องราวด้านวัฒนธรรม
สำหรับแพลตฟอร์ม e-Commerce หลักในตลาดเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ Bol.com, Amazon (Amazon.nl), Zalando และ Coolblue ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดสูง และเป็นช่องทางสำคัญสำหรับสินค้านำเข้า โดยผู้บริโภคชาวเนเธอร์แลนด์นิยมเปรียบเทียบราคา อ่านรีวิวสินค้า และให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูลสินค้า รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในด้านกฎระเบียบ การค้าออนไลน์ในเนเธอร์แลนด์อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของสหภาพยุโรปอย่างเข้มงวด ผู้ขายต้องเปิดเผยข้อมูลสินค้า ราคา เงื่อนไขการขาย และตัวตนผู้ขายอย่างโปร่งใส ต้องปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และห้ามใช้การโฆษณาหรือรีวิวที่บิดเบือนข้อเท็จจริง
โดยโอกาสสินค้าไทยในการเข้าสู่ตลาดเนเธอร์แลนด์ พบว่า ผู้บริโภคกว่าร้อยละ 65 มีการซื้อสินค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับสินค้าและแบรนด์จากต่างประเทศ โดยนิยมซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์ อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า Sustainable เพิ่มขึ้น ทำให้การทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลัก
เช่น Bol.com, Amazon.nl, Zalando และ Coolblue เป็นช่องทางที่มีศักยภาพสูง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในค่าจัดส่ง การคืนสินค้าอย่างง่ายดาย และระบบติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะรายที่ต้องการส่งสินค้าข้ามประเทศควรให้ความสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP