รมว.อุตสาหกรรม เตรียมหารือเวิล์ดแบงก์รายแรก เตรียมแผนตั้ง “กองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม” วงเงินแสนล้านบาท พลิกอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ ผ่าน 4 เสาหลัก
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังมอบนโยบายการบริหารงานอย่างเป็นทางการว่า กระทรวงมีแผนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม วงเงินประมาณแสนล้านบาท แต่จะทยอยทำเป็นเฟส โดยรูปแบบของกองทุนจะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้เตรียมหารือกับทางธนาคารโลก (เวิล์ดแบงก์) เป็นรายแรก เนื่องจากเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ให้เงินทุนและคำแนะนำทางวิชาการแก่ประเทศกำลังพัฒนา
“โดยเรามีสเป๊กที่อยากให้ดึงมาร่วมทุนอยู่แล้ว อยากได้บริษัทเอกชนที่เก่ง มีเงินทุน เพื่อมาช่วยซัพพอร์ตอุตสาหกรรม จะเป็นเอกชนไทยหรือต่างชาติก็ได้ แต่ต้องมาเพื่อเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย”
ทั้งนี้ ต้องหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณารายละเอียดไม่ให้ซ้ำซ้อนกับกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เนื่องจากเป้าหมายของกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต้องการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก ที่ต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมในอนาคต และรปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เป็นต้น
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายภาคอุตสาหกรรม จะยึดหลักการ “ONE MIND” หรือการรวมพลังทุกหน่วยงานในกระทรวงให้สื่อสาร และทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนอย่างบูรณาการ ผ่าน 4 เสาหลัก (4 Pillars) เพื่อต้องการพลิกโฉมกระทรวง โดยวางโครงสร้างการทำงานใหม่
เสาแรก People Engagement การฟังเสียงประชาชน ยุติความเดือดร้อนด้วยระบบช่องทางรวมทุกปัญหาอุตสาหกรรมไว้ที่เดียว พร้อมระบบติดตามสถานะการแก้ไขปัญหาแบบรายเดือน
ส่วนเสาที่ 2 Policy Execution วางเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลสู่กระทรวงอุตสาหกรรม เป้าหมายเดินหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งดิจิทัล AI, เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ EV การแพทย์และสุขภาพ ผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานสำคัญของโลก การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเกษตรในพื้นที่ชุมชน พร้อมสร้างอาชีพ และสร้างสะพานเชื่อมทักษะให้กับคนไทย โดยเฉพาะนักศึกษา ผู้สูงอายุ คนพิการ วิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอี
นอกจากนี้ ยังมีแผนผลักดัน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมอัจฉริยะ New Engine ที่จะผลักดันให้เป็นพรีเมียม สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ ครอบคลุม เกษตรและอาหาร จะเปลี่ยนข้าว-ยาง-มัน เป็นสินค้าพรีเมียม ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารทางการแพทย์ (Medical Food Hub) ของเอเชีย เช่นเดียวกับสมุนไพรและสุขภาพ ยกระดับสมุนไพรสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เจาะตลาดสุขภาพทั่วโลก
ส่วนหัตถกรรมอัจฉริยะ จะผลักดันผ้าไทยและงานคราฟต์สู่แบรนด์สากล รวมถึงดิจิทัลเทคโนโลยี จะดึงเม็ดเงินลงทุน Data Center & Cloud Services ระดับโลก สุดท้ายอุตสาหกรรมสีเขียวเร่งสร้างระบบนิเวศ ของรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และระบบซื้อขายคาร์บอน
สำหรับเสาที่ 3 Legal Reform ที่เรียกว่าราชการทันใจ เป้าหมายคือจะต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน มุ่งเป้ามาตรฐาน OECD โดยมีกฎหมาย 2 ฉบับแรก คือ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม และ พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ เบื้องต้นจัดตั้งคณะทำงานกฎหมายของกระทรวง ให้ประชุมทุกสัปดาห์ และรายงานความก้าวหน้าให้รัฐมนตรี และที่ประชุมผู้บริหารของกระทรวงทุกเดือน
ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สมุดพกคาร์บอนของแต่ละโรงงาน โดยจะร่วมองค์การจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาการควบคุมมลพิษผ่านระบบ CEMS ตรวจวัดจากปล่องแบบเรียลไทม์ การสนับสนุนโซลาร์รูปทอปชุมชน การส่งเสริมการผลิตสินค้าเพื่อผู้สูงอายุ และคนพิการ พร้อมส่งเสริมการจ้างงานกลุ่มเปราะบางเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของเอสเอ็มอี
สุดท้าย Minister’s Passion คือโจทย์สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติทางธรรมชาติ นโยบายผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงการเชื่อมโยงกับโลก และสืบสานต่อยอดจากฐานเดิมที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยวางฐานรากไว้ เช่น จากอิสเทิร์นซีบอร์ดสู่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ส่วนกลไกใหม่สำคัญที่จะผลักดัน คือการตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม (สภาพัฒน์ฯ) และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พร้อมผลักดัน กองทุนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้เอสเอ็มอี รวมทั้งการรีสกิล และอับสกิลแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ และตลาดคาร์บอนเครดิต รองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ
“Passion ของผมคือการตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป เราจะเปลี่ยนความท้าทายเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงวัย ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ของคนไทยทุกคน”