เอกนัฏ แจง ลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มแค่ 1.5 บาท ต้องบริหารหนี้กองทุน ย้ำมีโอกาสลดเบนซินให้แน่ แย้มอาจเริ่มส่งออกน้ำมันเจ็ต หลังโรงกลั่นร้องสต๊อกใกล้ล้น
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า จากนี้ไปราคาน้ำมันจะทยอยขึ้นหรือทยอยลง ไม่พรวดพราดแบบลิตรละ 5-6 บาทแล้ว เนื่องจากปัญหาเวลาลงแรงต่อวัน ปั๊มจะมีปัญหาเรื่องการสต๊อกน้ำมัน ถ้าเก็บไว้เยอะ ลงข้ามคืนแรง ขายหมดไม่ทันจะขาดทุนหนัก แต่ถ้าไม่สต๊อกน้ำมัน ต่อไปก็จะมีปัญหาไม่มีน้ำมันเติมที่ปั๊มอีก
ส่วนกรณีลดค่าการกลั่นลิตรละ 5 บาท แต่ทำไมหน้าปั๊มลดแค่ลิตรละ 1.50 บาทนั้น ต้องอธิบายว่าการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นที่ลิตรละ 5 บาท ส่วนหนึ่งนำไปลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊ม และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ยังติดลบอยู่ 62,158 ล้านบาท ถ้าไม่รีบลดหนี้กองทุน จะทำให้ผู้ใช้น้ำมันต้องซื้อน้ำมันในราคาแพงกว่าปกติ ซึ่งทางคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะบริหาร 2 เรื่องนี้ไปควบคู่กัน
“ก่อนหน้านี้เราตามราคาตลาดไม่ทัน เราต้องรีบไปขึ้นราคาเร็วๆ 6 บาท พอมันลงมา แทนที่จะลงได้เร็ว เราก็ต้องทยอยลง เพราะขึ้นก็ไม่ทัน ลงก็ไม่ทัน แต่ตอนนี้ทันแล้ว เราแทบจะดูตลาดโลกได้เลย ดีเซลเราใช้ถูกกว่าเพื่อนบ้านเล็กน้อย”
ส่วนประเด็นทุกวันนี้ยังเก็บกลุ่มคนใช้เบนซินอยู่ เป็นการอุดหนุนข้ามกลุ่มหรือไม่ คนใช้เบนซินน้อยใจ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น เราดูหนี้เก่า เบนซินก็พยายามทอนคืน เดี๋ยวก็ต้องทำให้เป็นบวกเหมือนกัน ต้องดูราคาของตลาดโลกด้วย เรายังดูให้ทุกเวลา
อย่างไรก็ตาม กรณีโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการส่งออกน้ำมัน เนื่องจากปริมาณการใช้เฉลี่ยขณะนี้อยู่ที่วันละ 50 ล้านลิตร แต่ยอดการกลั่นเฉลี่ยประมาณวันละ 78-80 ล้านลิตร ทำให้ถังน้ำมันใกล้ล้น จนไม่มีที่จะเก็บแล้วนั้น
“ขณะนี้กระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการส่งออกน้ำมัน หลังจากทราบว่า กลุ่มโรงกลั่น ถังเก็บน้ำมันจะล้นแล้ว แต่ยืนยันไม่ให้ลดกำลังการผลิตในกลุ่มน้ำมันดีเซล และยังระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนอีก แต่อาจเริ่มผ่อนผันมาตรการส่งออกน้ำมันในกลุ่มน้ำมันเครื่องบิน เจ็ต 1 เนื่องจากตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหาเรื่องน้ำมันเครื่องบิน ถือเป็นโอกาสดี ที่สร้างรายได้ส่งออกน้ำมันเครื่องบิน แล้วนำมาดูแลน้ำมันดีเซล และทำให้มีที่เก็บน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมด้วย”
อย่างไรก็ตาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ เพราะต้องดูแลในภาพรวมให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์น้ำมันกลับมามีปัญหาอีก