ก.เกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ามาตรการเชิงรุก สั่งกรมชลประทาน และฝนหลวงและการบินเกษตร “กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง” รับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญ”

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ทำให้สภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้างในปีนี้ กระทรวงจึงเตรียมมาตรการเชิงรุก 4 ยุทธศาสตร์ในการรับมือ “กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง” เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินงานตามยุทธศาสตร์เร่งด่วน ดังนี้

1) บริหารจัดการน้ำแบบหยดสุดท้าย (Water Management) มอบหมายให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหลักอย่างเคร่งครัด โดยเน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก และวางแผนกระจายน้ำเข้าสู่ระบบคลองส่งน้ำให้ทั่วถึงพื้นที่เกษตรกรรมที่กำลังรอการเก็บเกี่ยว

2) ปฏิบัติการฝนหลวงล่าความชื้น (Rainmaking) มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อปฏิบัติการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้และพื้นที่ไร่นาโดยทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย

3) ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ใช้น้ำน้อย (Crop Substitution) รณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชระยะสั้นที่ใช้น้ำน้อยและมีตลาดรองรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการยืนต้นตายของพืชผล และ 4) ระบบเตือนภัยและการเยียวยา (Early Warning & Relief) โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร

ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานมีความพร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการ โดยเร่งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่อาจทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเตรียมรับมือ พร้อมกับยกระดับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ร่วมเป็นกลไกในการดำเนินการและประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการดูแลพืชผลทางการเกษตร และเตรียมเคลื่อนย้ายปศุสัตว์หากเกิดสถานการณ์เร่งด่วน รวมถึงการให้บริการแบบ One Stop Service ผ่านแอปพลิเคชั่น “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” (Pirunraj Agricultural Service Center) อีกช่องทางหนึ่ง

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำร่วมกับหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและชลประทาน เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเอลนีโญ พร้อมจัดทีมแนะนำเกษตรกรปรับเปลี่ยนแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ลดความเสี่ยงจากผลผลิตเสียหาย รวมถึงเตรียมมาตรการช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที เพื่อประคับประคองรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน