ไอแบงก์ ขานรับมติ ครม. ปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลน 1 แสนล. พลิกฟื้นธุรกิจไทย เสริมสภาพคล่อง-กระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ คิดอัตรากำไร 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี
นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจรายย่อย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารขานรับนโยบายภาครัฐในการดำเนิน “โครงการสินเชื่อต้นทุนต่ำ (Soft Loan) พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทั้งความผันผวนของราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับศักยภาพเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ
โดยส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง และปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 4 โครงการย่อย โดยให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีคนไทยถือหุ้นสัดส่วนมากกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน อัตรากำไรในช่วง 2 ปีแรกไม่เกิน 3.50% ต่อปี
วัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้ 1.เพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับเอสเอ็มอี หรือที่ต้องการรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินเดิมและสถาบันการเงินอื่น ให้วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 2 ปี
2.เพื่อสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย สำหรับเอสเอ็มอีและรายใหญ่ ที่ต้องการขยายธุรกิจที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ประเทศ เช่น ธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูป ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก
สอดคล้องกับการสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย ครอบคลุมธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน วงเงินสูง 100 ล้านบาทสำหรับเอสเอ็มอี และวงเงินสูงสุด 150 ล้านบาทสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
3.เพื่อปรับตัวพัฒนาศักยภาพธุรกิจ สำหรับเอสเอ็มอีและรายใหญ่ ที่ต้องการขยายธุรกิจ หรือลงทุนเพื่อปรับตัวและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทั้งในด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทสำหรับเอสเอ็มอี และให้วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาทสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 5 ปี
4.เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง สำหรับเอสเอ็มอีและรายใหญ่ ที่ต้องการขยายธุรกิจภาคการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจให้บริการที่พักอาศัย ธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ยังเสริมสภาพคล่องในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ให้วงเงินสูงสุด 100 ล้านบาทสำหรับเอสเอ็มอี และให้วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาทสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ระยะเวลาโครงการไม่เกิน 5 ปี
นอกจากนี้ สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถขอสินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) และเพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อความยั่งยืนทางพลังงาน โดยรายละเอียดและคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ไอแบงก์ ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง ibank Contact Center 1302 หรือ แชตทาง Messenger : Islamic Bank of Thailand – ibank (@ibank.th) และ Line : iBank 4 all (@ibank)