เฮเฟเล่ ประเทศไทย เดินหน้ากลยุทธ์เติบโตท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าสู่ภาวะ New Normal โดยเปิดตัวนวัตกรรมใหม่กว่า 100 รายการ ขยายพอร์ตสินค้าครอบคลุม 6 หมวด รวมกว่า 20,000 รายการ พร้อมชูไฮไลต์ “โซลูชันระบบแสงสว่างเฮเฟเล่” ในงาน Architect ’69

นายจอห์น แคลร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเฮเฟเล่ ในฐานะผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์สำหรับงานบ้านและอาคาร จากประเทศเยอรมนี โดยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตต่อเนื่องสู่ระดับ 4,900 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้กว่า 4,500 ล้านบาท ท่ามกลางภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัวและปรับฐาน
นายจอห์น กล่าวว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยโครงการขนาดใหญ่จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ปัจจุบันมีจำนวนลดลงจากแรงกดดันด้านกำลังซื้อ ต้นทุนก่อสร้าง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ภาวะ New Normal ที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัว
อย่างไรก็ตาม เฮเฟเล่มองว่าการชะลอตัวดังกล่าวเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การหดตัว โดยตลาดระดับล่างและกลางมีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่ตลาดระดับบนยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง และยังมีดีมานด์จากกลุ่มลูกค้าศักยภาพสูง
ในขณะเดียวกัน บริษัทมองเห็นโอกาสใหม่จากโครงการขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันพบว่ามีโครงการใหม่เกิดขึ้นในตลาดประมาณ 400–500 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งช่วยสร้างดีมานด์ต่อเนื่องให้กับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
อีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือการเติบโตของตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต ที่เติบโตในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีและโครงการเวลเนส รวมถึงชลบุรี และ ระยอง ที่ได้รับแรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน ทำให้เกิดความต้องการโครงการใหม่เพิ่มขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การเติบโต บริษัทวาง 3 แกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ประกอบด้วย การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้าและนวัตกรรมใหม่ การขยายตลาดไปยังพื้นที่ศักยภาพใหม่ และการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่
ในมิติของสินค้า เฮเฟเล่ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้ง 6 หมวดหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบภายในบ้าน ซึ่งมีขนาดตลาดใหญ่และสามารถสร้างผลกระทบต่อรายได้ได้สูง ขณะที่กลุ่มฮาร์ดแวร์และฟิตติ้ง ซึ่งบริษัทมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว จะทำหน้าที่รักษาฐานรายได้
ในด้านตลาด บริษัทมีแผนขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเฉพาะหัวเมืองหลัก โดยจะใช้ทั้งโมเดลการเปิดโชว์รูม การตั้งศูนย์บริการ และการทำงานร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและรองรับดีมานด์ที่กระจายตัว
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเร่งลงทุนในระบบซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าและรองรับปริมาณความต้องการ โดยเฉพาะในภาวะที่ซัพพลายเชนโลกมีความผันผวน ซึ่งทำให้ความสามารถในการส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน
อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับ 30–40% และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นราว 15–20% ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากในตลาดปรับราคาสินค้าแล้ว
แม้ในภาวะดังกล่าว เฮเฟเล่ยังคงพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด เพื่อช่วยลดภาระลูกค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้แนวทางบริหารต้นทุนและซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่า หากจำเป็นต้องปรับราคาในอนาคต จะใช้วิธีปรับเฉพาะสินค้าบางรายการ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค
นอกจากนี้ บริษัทยังมองว่าภาวะตลาดที่ท้าทายอาจเปิดโอกาสในการขยายส่วนแบ่งตลาด เนื่องจากผู้ประกอบการรายเล็กบางส่วนอาจเผชิญข้อจำกัดด้านกระแสเงินสด ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ที่มีความพร้อมสามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดได้
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 เฮเฟเล่ประเมินว่าตลาดจะเติบโตในระดับปานกลาง และมีโอกาสฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันการเติบโตของบริษัทมาจากการพัฒนาสินค้าใหม่ การขยายตลาด และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ขณะเดียวกันบริษัทเชื่อว่าด้วยพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุม และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านการร่วมคิดและร่วมพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการมุ่งเน้นนวัตกรรม จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ตาม
โดยปัจจุบันเฮเฟเล่ ประเทศไทย มีสินค้ามากกว่า 20,000 รายการ ครอบคลุม 6 หมวดสินค้า เพื่อสนับสนุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก นักออกแบบ และเจ้าของบ้าน ด้วยโซลูชันที่ครบครันสำหรับทุกพื้นที่ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย โรงแรม ไปจนถึงอาคารพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม
โดย 6 หมวดสินค้า ได้แก่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับบ้านและอาคาร อุปกรณ์ฟิตติ้งเฟอร์นิเจอร์ และระบบล็อกดิจิทัล ซึ่งเฮเฟเล่เป็นผู้นำตลาด รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ และระบบแสงสว่าง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันที่ครบครันสำหรับทุกพื้นที่และการใช้งาน
ขณะเดียวกันในปีนี้เฮเฟเล่ได้ขยายกลุ่มสินค้านวัตกรรมใหม่กว่า 100 รายการ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือการเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ “โซลูชันระบบแสงสว่างเฮเฟเล่” ผ่านระบบที่สามารถควบคุมและตั้งค่าได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งยังออกแบบให้ติดตั้งง่าย และปรับใช้งานได้หลากหลาย

ภายในงาน Architect ’69 เฮเฟเล่ได้ร่วมมือกับ HAS Design and Research สถาปนิกแถวหน้าของไทย เพื่อนำเสนอพาวิลเลียน “ASA Megä Hill”
ภายใต้แนวคิด “Future of Completion by Connecting with Nature” พื้นที่จัดแสดงในรูปแบบทางเดินลักษณะเนินเขาไล่ระดับ เชื่อมโยงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เข้ากับธรรมชาติ
พร้อมถ่ายทอดโซลูชันแบบครบวงจรของเฮเฟเล่ผ่านประสบการณ์จริง รวมถึงการทดลองและสัมผัสนวัตกรรมระบบแสงสว่างรูปแบบใหม่
โดยผู้เข้าชมสามารถทดลองสัมผัสนวัตกรรมระบบแสงสว่างและโซลูชันครบวงจร ได้ที่บูธ TP05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พ.ค.นี้