‘พิมพ์ใจ’ ประธานส.อ.ท. คนใหม่ ประกาศขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม รับเศรษฐกิจโตในระดับจำกัด 1.2-1.6% ชูภารกิจ 5I วางรากฐานอุตสาหกรรมใหม่ แข่งขันระยะยาว
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ เปิดเผยว่าได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายในวาระปี 2569-2571 ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry:Empowering Growth with 5I” เพื่อวางรากฐานการเติบโตใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย รองรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าที่คาดว่าจะขยายตัวในระดับจำกัด
โดยประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปี 2569 จะขยายตัวอยู่ในช่วงประมาณ 1.2-1.6% ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน และข้อกำหนดทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น
ดังนั้น ส.อ.ท.จะดำเนินภารกิจ 5I ประกอบด้วย I1-Intelligent Industry ตั้งเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการใช้ AI&Automation เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และก้าวสู่ Smart Factory&Smart OEM โดยการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ
โดยสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น AI & Automation Transition Loan สำหรับสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ
I2-Innovation&Creative Industry พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยจากรับจ้างผลิต (OEM) โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาผลักดันแนวคิด “อุตสาหกรรมกำหนดโจทย์งานวิจัย” (Industry-driven R&D) เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ ลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้ สู่การสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า (Brand&IP)
ขณะเดียวกัน ส่งเสริมการสร้างแบรนด์ไทย และพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ อาทิ Health & Wellness และอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางราง เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าและขยายตลาดในอนาคต
I3-International Alliance&Network ใช้ความเป็นกลางของไทย ดึงดูดการลงทุนใหม่ และขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เชื่อมโยง Supply Chain Integration ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและการกระจายสินค้า (Regional Industry HUB) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
I4-Industrial Infrastructure Reform ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมไทย ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับสู่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยการแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างด้านพลังงานสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานต้นทุนเหมาะสม โดยเฉพาะ Direct PPA และ Green & Clean Energy เพื่อลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ
ด้านกฎหมาย ปรับปรุงกฎระเบียบที่ล้าสมัย ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ผ่านแนวทาง Regulatory Guillotine และ Omnibus Law
ด้านการค้า พัฒนามาตรการปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ด้วย Trade Remedy Early Warning System เฝ้าระวังการทุ่มตลาดล่วงหน้าด้วย AI และเร่งรัดการดำเนินมาตรการ AD/CVD/SG อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเชิงรุก จะผลักดันนโยบาย MiT Plus (Made in Thailand) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้สินค้าไทย และขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเน้น Upskill / Reskill, การทำงานร่วมกับ AI & Robotics, และการดึงดูด Global Talents เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานไทย
I5-Inclusive&Sustainable Growth ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำในระดับภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมการนำหลัก ESG มาใช้ในการบริหารจัดการในระดับองค์กร เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในระยะยาว