เมื่อเรากำลังเข้าสู่ “Data Center“ ยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากคลังเก็บข้อมูล มาเป็น โรงงานสร้างนวัตกรรม ในยุคที่ AI ทรงอิทธิพล
และ “Data Center ยุค AI: จากชีวิตประจำวัน สู่โอกาสของ SME ไทย และอนาคตที่เปลี่ยนไป” ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
“ธงชัย หาญวิโรจน์กุล” Marketing & Sales Manager, Thailand cluster บริษัท เอบีบี อิเล็คทริฟิเคชัน (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ABB มีคำตอบ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก ABB เป็นบริษัทระดับโลก ซึ่งดำเนินธุรกิจวิศวกรรมไฟฟ้า หลักๆ คือ ด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ (Electrification & Automation) โดยให้บริการออกแบบ จัดจำหน่าย และติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม, ระบบจัดการพลังงาน, มอเตอร์ไฟฟ้า, อินเวอร์เตอร์ และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดยเน้นการพัฒนาสินค้าและโซลูชั่นเพื่อความยั่งยืน
ABB มีสาขาอยู่ทั่วโลก และประเทศไทย เข้ามาดำเนินธุรกิจกว่า 40 ปี และถือว่าไทยสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ได้เริ่มเจาะตลาดในอุตสาหกรรม Data Center ซัพพลายระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความมีเสถียรภาพให้กับ Data Center ที่จะส่งผลต่อข้อมูลให้มีความเสถียรภาพสูง
ABB เห็นศักยภาพของอุตสาหกรรม Data Center ที่เติบโตไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโตอย่างสูง โดยเฉพาะในปี 2568-2570 ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 7.5-8.5% ต่อปี จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
และ Data Center สำคัญอย่างไร และเกี่ยวอะไรกับชีวิตประจำวันของคนไทย ผู้บริหาร ABB ให้ข้อมูลว่า Data Center เป็น หัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทำงานอยู่เบื้องหลังชีวิตประจำวันของคนไทยในปัจจุบันที่ผูกติดกับเทคโนโลยีอย่างแยกไม่ได้ หรือที่เรียกว่าดิจิทัลไลฟ์
ได้เข้ามามีบทบาทในการใช้งานออนไลน์ทุกประเภท ทั้ง แอปพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย บริการธนาคารและการทำธุรกรรมการเงิน รวมทั้งสตรีมมิ่งและความบันเทิงต่างๆ ล้วนต้องเก็บข้อมูลอยู่ใน Data Center เพื่อให้ข้อมูลทั้งหมดปลอดภัย และส่งข้อมูลในรูปแบบภาพ เสียง การทำธุรกรรมมายังอุปกรณ์สื่อสารของเราได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันบริษัทระดับโลก ทั้ง Google และ Amazon Web Services ได้เข้ามาลงทุนสร้าง Data Center ในไทยเรียบร้อยแล้ว รวมทั้ง Microsoft ที่วางแผนลงทุนในไทยเช่นกัน เป็นการตอกย้ำว่าไทยกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยABB เป็นพันธมิตรระดับโลกของ Google, Amazon Web Services และ Microsoft ในการซัพพลายโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า และการควบคุม Data Center ให้มีเสถียรภาพ ในระดับ Hyber Scale รวมทั้งในไทย
คุณธงชัย กล่าวว่า การมาของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ยิ่งเป็นแรงส่งให้ Data Center เติบโตแบบพุ่งทะยานถึง 4 เท่า ที่สำคัญ AI ได้เปลี่ยนโฉม Data Center จากคลังเก็บข้อมูล ไปสู่โรงงานสร้างนวัตกรรม ลักษณะการทำงานที่เปลี่ยนแปลง จากเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียว มาเน้นความสามารถในการประมวลผล ทรงพลังอัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและระบบที่สูงขึ้น 4-5 เท่า

คุณธงชัย ยังชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนโฉมของ Data Center ในยุค AI จะทำให้ SME และสตาร์ทอัพไทยได้เปรียบขึ้น เพราะการเข้ามาลงทุน Data Center ของบริษัทระดับโลก และการมี Data Center ที่ทรงพลังขึ้นเปิดโอกาสให้เกิดสตาร์ทอัพใหม่ๆ ที่สร้างนวัตกรรมในรูปแบบใหม่ๆ
สตาร์ทอัพที่สามารถพัฒนาโมเดล AI เพื่อประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
สตาร์ทอัพ หรือ SME ที่สร้างนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการ Data Center สตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงานหรือพลังงานสะอาดจะมีความต้องการสูง
พร้อมกันนี้ Data Center ใหญ่ระดับโลก ที่เข้ามาลงทุนในไทย ทำให้เกิดความต้องการแรงงานเฉพาะทางจำนวนมาก ทำให้มีการจ้างงานในระดับ Hyber scale และยกระดับแรงงานไทย จากแรงงานทักษะทั่วไปสู่แรงงานดิจิทัลขั้นสูง
สำหรับบทบาทของ ABB คือ การทำให้ Data Center และระบบ AI ของไทย เดินได้จริง และไม่สะดุดในระยะยาว โดยการจ่ายระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ และเทคโนโลยีการควบคุม Data Center ให้มีเสถียรภาพ ขับเคลื่อนระบบไม่ขาดช่วง พร้อมกันนี้ยังมีซอฟต์แวร์บำรุงรักษา Data Center และมี UPS ระบบไฟสำรองซึ่งจะไม่ทำให้การทำงานสะดุด
ABB กำลังรุกหนักในตลาด Data Center ทั่วโลก เพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center และ AI โดยไทย ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายจะเป็น Leading and Trust หรือ ผู้นำด้านจัดหา และผู้ค้าที่เชื่อใจได้ ให้กับตลาด Data Center พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเท่ากับตลาด หรือสามารถเติบโตได้ 50%ต่อปี