ข้าวแกงพุ่งจานละ 5-10 บ. ดัน เงินเฟ้อ เม.ย.แตะ 2.89% ทำนิวไฮรอบ 38 เดือน-หวั่นสงครามยืดลากทั้งปีพุ่ง3.5%

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย( เงินเฟ้อ )เดือน เม.ย. 2569 ว่า สูงขึ้น 2.89% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงสุดในรอบ 38 เดือน ทั้งนี้เป็นผลมาจาก การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้
หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น4.14 % อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ปรับตัวสูงขึ้น 30.23% ,ค่าโดยสารสาธารณะและ ค่าเช่าบ้านสูงขึ้น ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น0.98% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว, ผักสด อาทิ มะนาว แตงกวา ถั่วฝักยาว ต้นหอม ผักชี

“เงินเฟ้อเม.ย.สูงขึ้น2.89% เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น 30.23% ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งกระทบต่อเนื่องส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะราคาจำหน่าย อาหารจานเดียวทั่วประเทศ ซึ่งมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อถึง 14.86% ก็มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5–10 บาทต่อจาน และยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ค่าโดยสารสาธารณะก็ปรับสูงขึ้น 38.83% โดยเฉพาะค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด 24.09% ”

นายนันทพงษ์ กล่าวว่าสำหรับอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค. – เม.ย.) ปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า สูงขึ้น 0.32 % ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค. 2569ว่า จะเป็นบวกอย่างต่อเนื่องอาจจะขยายตัว 3.06% โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อ ติดลบ0.54% ไตรมาส2คาดว่าจะขยายตัว 3.67% ไตรมาสที่3 ขยายตัว 2.24% และ ไตรมาส4 ขยายตัว 2.48 %

ทั้งนี้มีปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นดังนี้ 1.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก2.ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาจำหน่าย หลังจากได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในหลายด้าน 3. ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น

4.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง และค่าโดยสารเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ 5. ผู้ประกอบการเริ่มปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

“กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้อยู่ที่ 1.5 – 2.5%หรือค่ากลาง 2.0% แต่หากสงครามยืดเยื้อทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นแตะ120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลากยาวไปจนถึงเดือนมิ.ย. อาจดันให้อัตราเงินเฟ้อปีนี้พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 2.5-3.5 %ได้”

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะstragflationหรือภาวะเงินเฟ้อสูงขณะที่เศรษฐกิจชะลอ เนื่องจากการบริโภคยังขยายตัว การส่งออกยังขยายตัวสูงไตรมาสแรก ขยายตัว สูงถึง17.8% การลงทุนยังขยายตัวต่อเนื่อง และอัตราการว่างงานก็ยังไม่เพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ0.96%
” ไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะstragflation แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมาตรการของรัฐบาลที่จะออกมาจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเชื่อว่ามมาตรการคนละครึ่งพลัสน่าจะช่วยประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส2ได้”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน