นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวในฐานะประธานเปิดงานประชุมสัมมนาระดับประเทศ เรื่อง “คืนทรายสู่ชายหาดพัทยา…เพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว” โครงการจ้างเหมาก่อสร้างเสริมชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี ว่า ปัจจุบันชายหาดพัทยาเข้าขั้นวิกฤติ กำลังถูกทรายกัดเซาะชายหาดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวชายหาดเหลือเพียง 2-3 เมตรที่สามารถเดินเล่นได้ จากเดิมจะมีระยะห่างจากขอบกำแพงประมาณ 35 เมตร อย่างไรก็ตามขณะนี้ปัญหาการกัดเซาะของชายหาดกำลังเกิดขึ้นกับชายหาดทั่วประเทศ น้ำทะเลที่ซัดเข้ามาได้ดึงทรายออกไปด้วย ดังนั้นจะให้ชายหาดพัทยาเป็นต้นแบบที่จะดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป เพราะหากเราไม่ดำเนินการอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าจะไม่เหลือชายหาดเลย

นายออมสิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มดำเนินการเติมทรายชายหาดพัทยามาระยะหนึ่งแล้ว โดยได้ว่าจ้างบริษัท กิจการร่วมค้า มารีน คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ วงเงินงบประมาณ 429 ล้านบาท ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณโรงแรมดุสิตรีสอร์ท พัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ แล้วเสร็จปี 2560 ซึ่งจะทำให้ชายหาดกลับมามีพื้นที่เดินเล่น และทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนเดิม

ออมสิน ชีวะพฤกษ์

ออมสิน ชีวะพฤกษ์

“การเติมทรายดังกล่าวทางกรมเจ้าท่าได้มอบให้บริษัทผู้ดำเนินการจัดการเติมทรายครั้งละ 100 เมตร จึงไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม สำหรับการดำเนินการในชายหาดอื่นๆ นั้น ขณะนี้เริ่มดำเนินการที่ชายหาดชลาทัศน์ จ.สงขลาแล้ว ใช้งบประมาณ 300 กว่าล้านบาท ระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร แล้วเสร็จประมาณปี 2561”

ด้านนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า กรมเจ้าท่า ร่วมกับสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบ เพื่อการเสริมทรายบูรณะชายหาดพัทยา โดยชาดหาดพัทยาเป็นพื้นที่แรกที่มีการเติมทราย ซึ่งจะเติมทรายจากแนวกำแพงออกไปถึงทะเลกว้าง 35 เมตร และมีแนวกันชน 15 เมตรจากแนวกำแพงด้วย เพื่อป้องกันพายุ หรือคลื่นปะทะกับแนวชายฝั่ง รวมทั้งเป็นแนวเฝ้าระวังเตือนการบำรุงรักษาชายหาด สำหรับแนวกันชนจะใช้ถุงชนิดพิเศษที่สามารถทนทานการเสียดสีของคลื่น ดูดซึมคลื่นได้ดี และทนทานต่อแสงแดด บรรจุทรายภายในถุงเรียงชิดติดอยู่ใต้ทรายชายหาด

14129255721412925734l

ทั้งนี้ต้องกลับมาเติมทรายทุกๆ 5 ปีขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลม อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยมีทั้งหมด 23 จังหวัดที่อยู่ติดกับทะเล ซึ่งมีพื้นที่พิกัดทะเลประมาณ 3,000 กิโลเมตร แบ่งเป็น อ่าวไทย 2,000 กิโลเมตร และอันดามัน 1,000 กิโลเมตร โดยทั้งหมดนี้มีพื้นที่ที่ประสบปัญหากัดเซาะวิกฤติรุนแรง ซึ่งมีการกัดเซาะมากกว่า 5 เมตรต่อปี รวมประมาณ 670 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างแข็งป้องกันกัดเซาะชายฝั่งแล้ว เช่น กำแพงกันคลื่น เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง 147 กิโลเมตร คิดเป็น 20% ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างศึกษา และออกแบบการก่อสร้าง

นายสุพจน์ จารุลักขณา อาจารย์สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังศึกษา และออกแบบการก่อสร้างอยู่ 2 พื้นที่คือ ชายหาดจอมเทียน และชายหาดหัวหิน ซึ่งทรายที่นำมาเติมนั้นต้องคัดเลือกให้เหมาะสมทั้งลักษณะและสีของทรายที่มีอยู่เดิมด้วย สำหรับการใช้วิธีการเติมทรายเหมาะกับการนำมาใช้พื้นที่ชายหาดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ขณะที่บางพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวก็อาจใช้โครงสร้างแข็ง ทั้งนี้ในส่วนของชายหาดพัทยานั้นใช้ทราย 3 แสนคิว โดยวิธีการดำเนินงานนั้น หลังจากที่มีการลำเลียงทรายโดยเรือบรรทุกทรายไปยังพื้นที่บริเวณหน้าชายหาดพัทยาแล้ว จะใช้น้ำเป็นตัวนำพัดพาทรายจนได้ชายหาดที่มีความกว้างตามแบบก่อสร้างที่ต้องการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน