‘ยศชนัน’ โชว์วิชั่นนวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ ปูฐานราก 4 ปี กับแผน 8 ยุทธศาสตร์ ครบทุกมิติ ปั้นเศรษฐกิจใหม่ ผลักดันปท.พ้นกับดักรายได้ปานกลาง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ มติชน จัดสัมมนา ’Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ‘ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรม และศักยภาพของประเทศไทยในการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อน

โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าว ปาฐกถาพิเศษ “นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีนวัตกรรมจำนวนมาก แต่ยังขาดตัวเชื่อมเข้ากับภาคส่วนต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ ซึ่งอว.จะเข้ามาทำหน้าที่ และเข้ามาดูว่า ปัญหาในแต่ละเรื่องอยู่ตรงไหน เพื่อใช้นวัตกรรมเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ทั้ง เรื่องภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ใน 4 ปีนี้ เราจะทำทั้งหมด โดยมีแผนปฏิบัติการ 8 ยุทธศาสตร์ครอบคลุมทุกมิติการพัฒนา ได้แก่

1.ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในประเทศไทย เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน แหล่งทุน และผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์

2.การพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Thailand) ตั้งแต่สมุนไพร เวชสำอาง อาหารแห่งอนาคต ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง

3.การวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Thailand) รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า AI และระบบสื่อสารยุคใหม่

4.การขับเคลื่อนประเทศด้วย AI และข้อมูล (AI & Data Driven Nation) ภายใต้แนวคิด “AI for ALL”

5.การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) อาทิ ควอนตัม อวกาศ และพลังงานสีเขียว

6.ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง (Security Technology) ครอบคลุมความมั่นคงทางไซเบอร์ การป้องกันประเทศ การรับมือภัยพิบัติและเป้าหมาย Net Zero

7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล (Anti-Corruption & Digital Government) ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ

8.การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก (World-Class University) เพื่อเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้นวัตกรรมเกิดจากคน ทุกคนสามารถสร้างนวัตกรรมได้ โดยยุทธศาสตร์แรกคือการสร้างกลไกให้เกิดระบบนิเวศในประเทศไทย โดย อว. จะทำเรื่องการศึกษาและวิจัยเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกรวมทั้งการพัฒนากำลังคนด้วยการปรับ และพัฒนาทักษะใหม่ให้สอดคล้องกับงาน

โดยการศึกษา วิจัยและนวัตกรรมต้องเติบโตไปด้วยกัน การที่คนชอบพูดว่า งานวิจัยส่วนใหญ่มักขึ้นหิ้งไม่ใช่ปัญหา แต่ขอให้มีงานวิจัยเต็มหิ้งไว้ก่อน วันนี้งานวิจัยของประเทศไทยยังไม่เต็มหิ้ง ดังนั้น ต้องมีพื้นที่ให้นักวิจัยได้ลองผิดลองถูก แต่งานวิจัยเหล่านั้นต้องตอบให้ได้ว่า ทำแล้วมองไปเห็นอนาคตในเรื่องใด ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราจะทำให้เกิดขึ้น

“วันนี้อยากชวนทุกคนมาช่วยกันวางโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดงานวิจัยโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ ระบบนิเวศนวัตกรรมจะต้องไม่เสียหาย นักคิด นักวิจัย กับนักปฏิบัติต้องมีโอกาสได้พบกันโดย เพื่อให้เกิดการวิจัยและพัฒนาหรืออาร์แอนด์ดี เมื่อมีการวิจัยและพัฒนาเป็นต้นทุน นำไปสู่นวัตกรรมทำให้เกิดรายได้ จะส่งเสริมให้เกิดการวิจัยที่ต่อเนื่องโดยไม่หยุดนิ่ง

มีการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งเรื่องของการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่คนไทย โดยเลือกเทคโนโลยีที่โดดเด่น ตลอดจนการผลักดันให้เกิด Deep Tech หรือเทคโนโลยีเชิงลึก โดยมีเป้าหมายคือการวางรากฐานไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง งานวิจัยเหล่านี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมทางการแพทย์ อาจเปลี่ยนระบบการศึกษา หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงมิติทุกอย่างที่ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า

แน่นอนว่าหลากหลายรูปแบบต้องทำให้เกิดขึ้นและไม่ได้มองแค่ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี ที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องปฏิวัติคุณภาพชีวิตของทุกคนด้วยนวัตกรรม ซึ่งหน่วยงานภาครัฐต้องเข้าดูแลให้เกิดความเท่าเทียม” นายยศชนันกล่าว

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า นวัตกรรมประเทศไทยมีองค์ประกอบทุกอย่างครบถ้วน แต่ต้องมีการส่งเสริมการจัดกิจกรรม ระดมสมองเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือแก้ปัญหา ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม ECOSYSTEM ส่งเสริม Area-based Innovation Ecosystem ส่งเสริม Matching Fund & University Holding Company ขยายผล Startup Thailand League ส่งเสริมความเข้มแข็งของกระบวนการทรัพย์สินทางปัญญา

ซึ่งในยุทธศาสตร์ที่ 2-5 จะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ โดยยุทธศาสตร์ที่ 2 จะเป็นการพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ เพราะประเทศไทยเป็นเบอร์ 1 ของโลก โดยเราจะเอาเรื่องของเวลเนสเป็นตัวนำ ถือเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่และเชื่อมไปถึงเรื่อง AI และเซมิคอนดักเตอร์

อว.จะเข้าไปช่วยเพิ่ม Productivity หรือผลิตภาพด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตและภาคบริการ สำหรับประเทศไทยได้เปรียบเรื่องเวลเนส ดังนั้นหากใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ จะสามารถทำให้ประเทศไทย อยู่ในสายตาของประชาคมโลก ใช้ความได้เปรียบตรงนี้ทำให้ชาวต่างชาติเห็นศิลปวัฒนธรรม รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่สามารถดึง เข้ามาเป็นจุดเด่นได้ด้วยเวลเนส

“วันนี้ประเทศไทยเราต้องเดินให้ถูกทาง ซึ่งเอไอจะเป็นจุดเปลี่ยน นวัตกรรมต้องเข้าไปช่วยพัฒนาเรื่องต่างๆ ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรม อาหาร บริการฯลฯ ที่สำคัญ ต้องเพิ่ม Productivity โดยใช้เอไอ เมื่อเวลเนส มารวม Productivity จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง การสร้างเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ในเรื่องเอไอ ถือเป็นการวางรากฐาน

วันนี้เรามีคนไทยอยู่ทั่วโลก ทำไมไม่ใช้ความเก่งของคนเหล่านั้น กลับมาพัฒนาประเทศ ซึ่งไม่จำเป็นให้เขาเหล่านั้นกลับมาประเทศไทย แต่ทำอย่างไร ทำให้เขา สามารถใช้ความรู้ความสามารถ เป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การวิจัยบางอย่าง เช่น การทดลองในสัตว์ เป็นเรื่องที่คนอาจจะเห็นคุณค่าแต่ก็เป็นความจำเป็น ไม่เช่นนั้นเราจะเป็นประเทศที่ผลิต แต่คนไทยได้ใช้แต่ของที่คุณภาพไม่ดี วันนี้เราต้องเปลี่ยน เป็นประเทศที่ผลิตเพื่อให้คนไทยได้ใช้ของดีและคุณภาพเท่าเทียมกับคนทั่วโลก ดังนั้นจึงอยากให้มาช่วยกัน” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

นายยศชนันกล่าวต่อว่า ยุทธศาสตร์ที่ 6 การส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง ถ้าเราทำให้เศรษฐกิจดี แต่ประเทศไม่มีอธิปไตยก็ไม่มีความหมาย เพราะฉะนั้น เราต้องส่งเสริมเทคโนโลยีด้านความมั่นคงเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์ที่ 7 ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล

โดย อว.มุ่งจะทำใน 2 โครงการ 1.Open Thailand หรือ Open Data และ 2.Zero Corruption MHESI ACT/ No COI ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงาน ไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น เพื่อทำให้เห็นว่าประเทศไทยไร้คอร์รัปชั่นและกระทรวง อว.จะต้องเป็นตัวอย่างให้กระทรวงอื่นๆ ด้วย

และยุทธศาสตร์ที่ 8 การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก โดยเราจะทำทั้งเรื่อง TCAS เท่าเทียม, Upskill Reskill เรียนได้งบจบได้งาน, การสร้างระบบนิเวศเพื่อเชื่อมโยงภาควิชาการ(นักคิด) เข้ากับภาคเอกชน (นักปฏิบัติ,) สนับสนุนการดึงดูด Global Talent ระดับโลก, AI for All และการสนับสนุนอาจารย์/ นักวิจัย ออกไปพัฒนาชาติทุกด้าน

”ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเราทำงานเต็มที่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเพิ่มจีดีพีให้ประเทศ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ และมีเอ็มพาวเวอร์ เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศกับดักได้ปานกลางและเป็นประเทศที่มีความสุข เป็นประเทศที่สวยงามสำหรับลูกหลานของเรา เราต้องเริ่มภายในวันนี้ วันนี้ผมคิดว่าองคาพยพพร้อมแล้ว อยากให้เรื่องนี้จบที่รุ่นเราเพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานจะได้อยู่ในประเทศที่มีรายได้สูง 4 ปีนี้ จะเป็นการวางรากฐาน เพื่อการพัฒนาในอนาคต“ นายยศชนันกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน