GC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท ชูโครงสร้างแบบบูรณาการ หนุนการผลิตต่อเนื่อง เดินหน้าสร้างสมดุลพอร์ตธุรกิจ รับมือความผันผวนโลก
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท สะท้อนผลการดำเนินงานจากการเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารจัดการวัตถุดิบและห่วงโซ่การผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ สะท้อนความสามารถของบริษัท ในการรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าภายในประเทศได้อย่างเต็มที่ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ผันผวนสูง โดยมีโครงสร้างธุรกิจแบบ Integrated Value Chain เป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารวัตถุดิบ การผลิต และซัพพลายเชน พร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เดินหน้าต่อได้
บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ โดยมุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบองค์รวม ควบคู่กับการปรับพอร์ตสู่ธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ผ่าน allnex และธุรกิจ Green-Bio & Circularity เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขับเคลื่อนธุรกิจมูลค่าสูง ลดความผันผวนของธุรกิจ
allnex ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตธุรกิจของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง การมีฐานการผลิต สินทรัพย์ และเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ allnex คงความสามารถทางการแข่งขันได้ แม้ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกันโครงการเติบโตในภูมิภาคสำคัญ ทั้งสหรัฐ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก ยังคงเดินหน้าตามแผน สะท้อนบทบาทของ allnex ในฐานะผู้ขับเคลื่อนธุรกิจ Specialty Chemicals ที่ช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจ Commodity และสนับสนุนการเติบโตของบริษัทไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูงในระยะยาว
ต่อยอดการเติบโตธุรกิจคาร์บอนต่ำ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิล
บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Portfolio โดยมุ่งสร้างความแตกต่างผ่านวัสดุเพื่อความยั่งยืน ทั้งไบโอพลาสติก พลาสติกรีไซเคิล และโซลูชันที่ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล
หนึ่งในก้าวสำคัญ คือการเปิดโรงงานผลิตไบโอพลาสติก PLA (Polylactic Acid) ของ NatureWorks ณ นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ กำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี โดยเป็นโรงงานแบบครบวงจรที่ใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบ ซึ่งถือเป็นการยกระดับภาคเกษตรกรรม และพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตไบโอพลาสติกในภูมิภาคเอเซีย รองรับความต้องการวัสดุคาร์บอนต่ำที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นายณะรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า วิกฤตพลังงานและความผันผวนของวัตถุดิบฟอสซิล วัสดุทางเลือกยิ่งได้รับความสนใจและมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพียงในมิติด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการลดความเสี่ยงของซัพพลายเชนในระยะยาว
ดังนั้น การที่บริษัทเดินหน้าไบโอพลาสติก พลาสติกรีไซเคิล และโซลูชันด้านความยั่งยืนอื่นๆ ตามกลยุทธ์ จึงตอกย้ำโอกาสสำคัญในการต่อยอดการเติบโต สร้างความแตกต่าง และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ
สร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรม สู่ความยั่งยืนระดับโลก
บริษัทยังเดินหน้าสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด GC StandOut Through INnovation เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สะท้อนผ่านการเป็นที่ 1 ของโลก (Top 1%) จากผลการประเมินความยั่งยืน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemicals Sector) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7
“เรานับเป็นบริษัทรายแรกของโลกที่สามารถครองตำแหน่งผู้นำติดต่อกันยาวนานที่สุด และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน Sustainability Yearbook Member 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13”
นอกจากนั้น ยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก ได้แก่ Dow Jones Best-in-Class World Index (DJ BIC World) และ Dow Jones Best-in-Class Emerging Markets Index (DJ BIC Emerging Markets) ตอกย้ำความสามารถในการผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในระดับโลก