ธปท. ชี้สินเชื่อแบงก์โตต่ำ 0.2% ฉุดเศรษฐกิจฐานราก เอสเอ็มอี-ครัวเรือน ยังอ่วม

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) เปิดเผยว่า ภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ไทยไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนว่าฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง แต่แรงกดดันเศรษฐกิจเริ่มส่งผลต่อกำไรและคุณภาพลูกหนี้บางกลุ่ม

โดยระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีเสถียรภาพสูง เงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับแข็งแกร่ง รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ สินเชื่อรวมขยายตัวเพียง 0.2% จากปีก่อน ถือว่าโตต่ำ สะท้อนเศรษฐกิจที่ยังชะลอ

ทั้งนี้ สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่กลับมาฟื้นตัว จากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น หลังต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง

ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อยยังหดตัวต่อเนื่อง เพราะธนาคารระมัดระวังความเสี่ยงหนี้เสียมากขึ้น ควบคู่กับธนาคารยังเดินหน้าช่วยลูกหนี้เชิงป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”

”หนี้เสีย (NPL) ทรงตัวที่ 535,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.85% ของสินเชื่อรวม ยังไม่เร่งตัวขึ้น ซึ่งมีสัญญาณบวกคือ New NPL ชะลอลงทุกพอร์ต และลูกหนี้บางส่วนเริ่มกลับมาชำระหนี้ได้ ทำให้สัดส่วนสินเชื่อ Stage 2 ลดลงเหลือ 7%“

ด้านผลประกอบการ กำไรสุทธิของระบบธนาคารลดลงจากปีก่อน เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารลดดอกเบี้ยช่วยลูกหนี้ หลายแห่งตั้งสำรองเพิ่ม รับความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลาง

”แนวโน้มระยะต่อไปยังต้องจับตาใกล้ชิด เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนสูง และรายได้ประชาชนลดลง กดดันความสามารถชำระหนี้ของ เอสเอ็มอี และครัวเรือน โดยเฉพาะในภาวะการเงินตึงตัว ขณะที่หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี กลับมาขยับขึ้นเล็กน้อยจากการเร่งใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและสินเชื่อบ้านช่วงปลายปี 2568“

ดังนั้น โดยสรุปภาพรวมระบบธนาคารยังแข็งแรง แต่เศรษฐกิจฐานล่างและลูกหนี้รายย่อยยังเปราะบาง” ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางสินเชื่อและกำไรธนาคารในช่วงที่เหลือของปี 2569

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน