ซีไอเอ็มบี ไทย มองเศรษฐกิจไทย ยังมีปัจจัยบวก ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ ชูจุดแข็งเครือข่ายระดับอาเซียนและเสถียรภาพด้านการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตั้งเป้าธุรกิจ Wealth โต 3 เท่าใน 5 ปี

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกสำคัญจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงกระแสการย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1.5 – 2.5%

แต่อย่างไรก็ดีภาคธุรกิจและนักลงทุนยังคงต้องเผชิญปัจจัยลบและความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะนโยบายทางเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ และปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ

สำหรับทิศทางและวิสัยทัศน์ใหม่ของธนาคารพร้อมยกระดับศักยภาพสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง โดยอาศัยความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากการเป็นกลุ่มสถาบันการเงินระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อส่งมอบบทวิเคราะห์และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ

“จากความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดหุ้นกู้ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ปี ประกอบกับสภาพคล่องในตลาดที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน ท่ามกลางปัจจัยความผันผวนที่เกิดขึ้น จึงพร้อมนำจุดแข็งดังกล่าวมาขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Niche Bank ที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญด้านความมั่งคั่งและภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ตั้งเป้าเป็นธนาคารที่เข้าใจโลกของลูกค้ามากที่สุด โดยตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตให้ได้ถึง 3 เท่าภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า”

ปัจจุบัน ซีไอเอ็มบี ไทย มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ อยู่ที่ประมาณ 290,000 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้ มูลค่าสินทรัพย์จะเติบโตทะลุเป้าหมาย 300,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายระยะยาวภายในปี 2573 ที่จะผลักดันให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดไปสู่ระดับ 750,000 ล้านบาท

ซึ่งมาจากความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนที่มีต่อธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านกลยุทธ์การบอกต่อและการแนะนำจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนจริงกับธนาคารในธุรกิจ Wealth Management

จึงออกแบบและพัฒนา Wealth Ecosystem ผสานความแข็งแกร่งของธนาคาร เข้ากับความต้องการลูกค้า Wealth ของ CIMB THAI ผ่าน Wealth Ecosystem 3 เสาหลัก ได้แก่

1.CIMB Safer Pocket มั่งคั่งอย่างปลอดภัย ออกแบบพอร์ตการลงทุนสำหรับเงินส่วนที่ต้องการ ‘อยู่รอด อยู่ได้ และเติบโต’ ในทุกสภาวะตลาด ผ่าน CIMB Donut เครื่องมือบริหารพอร์ตที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ลูกค้านำไปปรับใช้ได้อย่างมีวินัย

พอร์ตถูกออกแบบโดยทีมที่ปรึกษาการลงทุน Wealth Research & Advisory ของ CIMB THAI ที่เชี่ยวชาญ ติดตาม ทบทวน และปรับสมดุลพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ ยืนระยะได้ทุกสภาวะตลาด คัดเลือกหุ้นกู้ กองทุนรวม และประกันไว้ในโดนัท 1 ชิ้น 3 รสชาติ ครอบคลุมความเสี่ยงลูกค้าทุกกลุ่ม ปกป้องพอร์ตที่สร้างมา พร้อมส่งต่อความมั่งคั่งไปยังทายาทและคนข้างหลัง

2.CIMB Preferred เอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล เป็นจุดแข็งที่แตกต่างเพราะ สมาชิกจะได้รับเอกสิทธิ์ CIMB Preferred ระดับอาเซียน ในทุกประเทศเครือข่ายที่เป็นสมาชิกกลุ่มซีไอเอ็มบีทันที ลูกค้ามีโอกาสเข้าถึงการลงทุนในภูมิภาค เช่น ประเทศสิงคโปร์ ที่ปกติต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่เพียงลูกค้าฝากเงินหรือเงินลงทุนกับ CIMB THAI ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป สะดวกในการลงทุนต่างประเทศ พร้อมรับอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ ผู้ดูแลบัญชีส่วนตัว (Wealth RM) บริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ‘Wealth Research & Advisory by CIMB THAI’ แพลตฟอร์มกองทุนรวมจากหลากหลาย บลจ.

3.CIMBweBOND Club คลับของนักลงทุนหุ้นกู้ ทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวซีไอเอ็มบี ไทย ทั้งตัวลูกค้าเองและครอบครัว ลูกหลาน เพื่อน และคนรู้จักของลูกค้า มาร่วมสร้างคอมมูนิตี้ที่ดี และสร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน ผ่านกิจกรรมและสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมายที่ธนาคารตั้งใจคัดสรรมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในแอปพลิเคชัน CIMB THAI มีฟีเจอร์ CIMB My Bond ผู้ช่วยส่วนตัวของนักลงทุนหุ้นกู้โดยเฉพาะ เห็นภาพรวมพอร์ตหุ้นกู้ทุกการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งพลิกโฉมวงการสู่ยุคหุ้นกู้ไร้ใบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน