ศูนย์วิจัยทองคำ เผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำเดือน พ.ค. 2569 ลดลง เหตุนักลงทุนกังวลทิศทางดอกเบี้ยเฟด นโยบายการเงินสหรัฐฯ และความตึงเครียดตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาทองยังแกว่งตัวสูง แนะทยอยขายทำกำไรระยะสั้น พร้อมจับตาเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ใกล้ชิด

นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือนพ.ค. 2569 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย. 2569 จากระดับ 76.80 จุด มาอยู่ที่ระดับ 75.56 ลดลง 1.24 จุด หรือคิดเป็น 1.62% โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองในเดือนนี้ ได้แก่ ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด, นโยบายทางการเงินของประธาน เฟดคนใหม่ และสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ – อิสราเอล กับอิหร่าน

สำหรับคาดการณ์ความต้องการซื้อทองคำในช่วงเดือนพ.ค. 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 319 ราย ในจำนวนนี้มี 150 ราย หรือเทียบเป็น 47% พบว่าไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำในเดือนนี้หรือไม่ ส่วนจำนวน 104 ราย หรือเทียบเป็น 33% คาดว่าจะซื้อทองคำ และจำนวน 65 ราย หรือเทียบเป็น 20% คาดว่าจะไม่ซื้อทองคำ

สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ ในจำนวนนี้มี 5 ราย หรือเทียบเป็น 42% เชื่อว่าราคาทองคำในเดือนพ.ค. จะลดลง ส่วนคาดว่าจะใกล้เคียงกับราคาทองคำในเดือนเม.ย. มีจำนวน 4 ราย หรือเทียบเป็น 33% และที่คาดว่าราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้นมีจำนวน 3 ราย หรือเทียบเป็น 25%

สำหรับการคาดการณ์กรอบราคาทองคำในเดือนพ.ค. 2569 ของผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่มีมุมมอง ดังนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 4,220 – 4,797 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 69,800 – 74,000 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ และด้านค่าเงินบาท ให้กรอบเฉลี่ยบริเวณ 31.96 – 33.14 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

การลงทุนทองคำในเดือนพ.ค. 2569 ราคาทองคำยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวเพื่อสะสมแรงซื้อ หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาในระดับสูง โดยภาพรวมยังมีแรงสนับสนุนจากความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก

อย่างไรก็ตามเมื่อราคาปรับตัวขึ้นในระยะสั้น อาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไรบางส่วนเมื่อราคาปรับขึ้น และรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว

ทั้งนี้ หากราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ แนวโน้มระยะกลางยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยนักลงทุนควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน