ไทยเนื้อหอม 4เดือนแรก ต่างชาติหอบเงินลงทุนเข้าไทย 1.3 แสนล้าน โตพุ่ง124%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(พค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนเม.ย. 2569ว่า มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 91 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 31,553 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ
สำหรับช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. -เม.ย.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 438 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย หรือ เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ก่อน เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 129,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71,472 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 124% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ก่อนที่ 57,860 ล้านบาท
ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สหรัฐอเมริกา 77 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,951 ล้านบาท 2) จีน 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 25,092 ล้านบาท 3) ญี่ปุ่น 65 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 24,724 ล้านบาท
4) สิงคโปร์ 57 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 23,575 ล้านบาท และ 5) ฮ่องกง 42 ราย คิดเป็น 10% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 8,066 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 132 ราย คิดเป็น 29% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 41,924 ล้านบาท
ส่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 (มีจำนวน 134 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 26 ราย หรือเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ก่อน มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 49,957 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด
โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 43 ราย ลงทุน 21,095 ล้านบาท ญี่ปุ่น 22 ราย ลงทุน 7,042 ล้านบาท สิงคโปร์ 19 ราย ลงทุน 7,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 50 ราย ลงทุน 13,880 ล้านบาท