พาณิชย์ แจงตัวเลขส่งออกเดือน เม.ย.โต 23% ส่วนนำเข้าพุ่ง 45% ส่วนใหญเป็นวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก ดันยอดขาดดุลการค้าทำนิวไฮ 3.4 แสนล้านบาท

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งออก เม.ย.69 ว่า มีมูลค่า 31,583 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23.1% จากเดือนเดียวกันปี มาจากการขยายตัวของหมวดสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร 5.5% และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม 27.5%

สินค้าที่ขยายตัวดีได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์แผงวงจรไฟฟ้าขยายตัว 19.4% รถยนต์ขยายตัว 9.4% ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง 74.3% ไก่แปรรูป 6.1% รวมถึงการฟื้นตัวตลาดส่งออกที่นำเข้าเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อป้องกันความผันผวนด้านราคาจากความกังวลต่อการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 41,604 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 45% ทำให้ไทยขาดดุลการค้า 10,021 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.4 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากไทยมีการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น เพื่อนำมาผลิต และส่งออกยังต่างประเทศ ขณะที่ต้นทุนนำเข้าพลังงานสูงขึ้นจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

สำหรับการส่งออกช่วง 4 เดือนแรก(ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 127,752 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 147,250 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 35.7% ส่งผลให้ช่วง 4 เดือนแรกไทยขาดดุลการค้า 19,497 ล้านดอลลาร์ โดยตลาดส่งออกสำคัญยังขยายตัวต่อเนื่องสหรัฐอเมริกาขยายตัว 44.2% อียู 19.2% จีน 21.9% ญี่ปุ่น 23.4% ตะวันออกกลาง 19.3% อาเซียน 34.3% เอเชียใต้ 9.2% เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สนค.ได้ คงเป้าการส่งออกของไทยปีนี้ไว้ในช่วง -3 ถึง 8% ที่มูลค่าราว 329,446-366,805 ล้านดอลลาร์ โดยค่ากลางอยู่ที่3%หรือมีมูลค่าส่งออกเฉลี่ยทั้งปี 349,824 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการส่งออกในช่วง 8 เดือนที่เหลือจะต้องมีมูลค่าเฉลี่ยเดือนละ 27,758 ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงจะเป็นไปตามเป้าหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน