สภาพัฒน์ ชี้ไตรมาสแรกปีนี้ ยอดคนตกงานพุ่งเฉียด 4 แสน เพิ่มขึ้น 9.9% เสี่ยงโดนตัดโอที

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยในรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1 ปี 2569 ระบุว่าอัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.94% หรืออยู่ที่ 3.9 แสนคน เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2568 ที่อยู่ที่ 2.8 แสนคน หรือคิดเป็น 0.70% โดยผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 9.9% โดยในจำนวนนี้มีผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 8.7 หมื่นคน หรือเพิ่มขึ้น 27.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคมเพิ่มขึ้น 2.00% จาก 1.78% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีผู้ที่ขอรับผลประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน2.42 แสนคน ขณะที่ผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 4.4 ล้านคน คิดเป็น 3.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง 3 เรื่อง คือ

1.ผลกระทบจากความชัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจกระทบอาจทำให้แรงงานสาขาการขนส่ง ก่อสร้าง ผลิต และท่องเที่ยวถูกลดชั่วโมงทำงานลง จอาจทำรายได้อาจไม่พอกับค่าใช้จ่าย 2.การว่างงานแฝงสูงขึ้นในปี 2567-2568 การว่างงานแฝง ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 2.2 แสนคน หรือ 17.8% จากปี 2567 โดยกว่า 65% จบระดับประถมหรือต่ำกว่าประถม และส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในภาคเกษตร ก่อสร้าง และการผลิต

“กลุ่มนี้รายได้จะไม่เท่ากับรายได้ภาพรวมที่แรงงานมีค่าจ้างเฉลี่ยประมาณ 1.6 หมื่นบาท ในขณะที่ผู้ว่างงานแฝงอยู่ที่ 6.7 พันบาท ดังนั้นกลุ่มผู้ว่างงานแฝงต้องเร่งหาอาชีพเสริม โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรให้มีรายได้มากขึ้น”

และ3.ความเสี่ยงต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)จากการที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปที่มีแนวโน้มลดลง โดยไม่ได้กระทบแค่แรงงานในโรงงานผลิต แต่รวมถึงซัพพลายเชนด้วย อาจจะต้องปรับหรือย้ายไปอยู่ในอุตสาหกรรมใหม่ในช่วงถัดไป.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน