เอแซ็ป โชว์ศักยภาพบริษัทลูก วางกลยุทธ์เชิงรุก ผสานธุรกิจรถเช่า รถอีวี พลังงาน ประกันภัย เทคโนโลยี มุ่งสู่บริษัทผู้ให้บริการนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร
นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอแซ็ป (asap) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป บริษัทฯ เดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่ โดยจะมีการผสานศักยภาพธุรกิจของ asap ที่ดำเนินธุรกิจบริการรถเช่าครบวงจร และศักยภาพของกลุ่มบริษัทในเครือ ซึ่งมีทั้งธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ ธุรกิจรถมือสอง ธุรกิจประกันภัย ฯลฯ
พร้อมทั้งนำความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี ทรัพยากรบุคคล การเงิน และเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งของทั้งกลุ่ม ให้สามารถสนับสนุน และเติบโตไปด้วยกัน โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับเปลี่ยนผ่านฐานธุรกิจเดิม จากธุรกิจรถเช่า สู่การเป็น “ผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ในธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ และกว่า 20 ปี ในธุรกิจรถเช่า มีลูกค้าให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากฐานธุรกิจแข็งแกร่ง ทีมผู้บริหารที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ บุคลากรที่มีคุณภาพ และเครือข่ายธุรกิจที่มีศักยภาพ และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ส่งผลทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีและเติบโตอย่างมั่นคง
“จะเห็นว่า ทุกการเช่ารถ คือโอกาสของธุรกิจประกันภัย ทุกการคืนรถ คือโอกาสของธุรกิจรถมือสอง และทุกการทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก็คือโอกาสของยอดขายในอนาคต จากแนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างและศักยภาพของธุรกิจใหม่ของ asap ที่ทุกธุรกิจภายในเครือสามารถเชื่อมโยง และสร้างแรงส่งกลับเข้าหากันได้อย่างครบวงจร”
ในส่วนธุรกิจรถเช่า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ asap บริษัทมีแผนที่จะยกระดับการบริการรถเช่า ให้สามารถรองรับความต้องการจากลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งองค์กร ภาครัฐ และลูกค้าทั่วไป ควบคู่ไปกับการขยาย EV Fleet สำหรับตลาดพรีเมียม และรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนฟลีทรถใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ถึง 30% ของจำนวนรถใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังจะเดินหน้ากลยุทธ์ “EV Fleet – Try Before Buy” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าองค์กรและผู้ใช้งานรถน้ำมัน ได้ทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดไปยังธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าภายในเครือต่อไป
ด้านธุรกิจรถเช่าระยะสั้น มีแผนที่จะนำ AI Dynamic Pricing เข้ามาบริหารราคาแบบเรียลไทม์ตามความต้องการของตลาด พร้อมขยายสัดส่วนยอดขายตรงผ่านเว็บไซต์ ซึ่งปัจจุบันยอดขายตรงอยู่ที่ 55% ของทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะมีการร่วมมือแบบ Co-Branding กับ Trip.com เพื่อผลักดันยอด Booking Days ให้เติบโตขึ้นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
พร้อมกันนี้ ยังมีแผนที่จะเดินหน้าขยายบริการ พนักงานขับรถสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรระดับพรีเมียม ทั้งสายการบิน บริษัทเอกชน และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ
สำหรับธุรกิจรถยนต์มือสอง ภายใต้แบรนด์ Casap ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างดี ด้วยจุดแข็งด้าน Inventory ที่มีรถมือสองสภาพดีได้มาตรฐานพร้อมให้ลูกค้าเลือกหลากหลาย และความโดดเด่นแตกต่างจากตลาดรถมือสองทั่วไป คือนอกจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยังมีรถเชิงพาณิชย์สำหรับการใช้งานธุรกิจ รองรับความต้องการของธุรกิจ SME

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่เพิ่มการเติบโต ด้วยการปรับสัดส่วนการขายมาเน้นการขายปลีกซึ่งให้กำไรสูงกว่ามากขึ้น ซึ่งภายใต้กลยุทธ์ “Margin over Volume” จะมีการปรับสัดส่วนการขายผ่านลานประมูลให้เหลือเพียง 9% จาก 40%
ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท เอแซ็ป โปรเทคท์ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีศักยภาพ ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ คาดว่าจะส่งผลทำให้ asap Protect เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถต่อยอดฐานลูกค้ารถเช่า ฟลีทรถยนต์ และการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าภายในกลุ่มบริษัทได้อย่างลงตัว
ส่วนธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจเรือธงใหม่ที่สำคัญของ asap ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด (Eternity at One Company Limited) หรือ EA1 ที่ asap ถือหุ้น 51% ทุกแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่บริษัทได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จาก CHANGAN คือแบรนด์ Deepal Lumin Nevo และ AVATR ล้วนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง
ขณะที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม AVATR ที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ก็มีการขยายและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านโชว์รูมแฟลกชิปทั้งสาขาบางนาและพระราม 6 โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ที่ 1,200 คัน และเตรียมขยายโชว์รูมในต่างจังหวัด อีก 4 แห่งภายในปี 2026 นี้
นอกจากนี้ ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอย่างสดใส ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด คือธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แม็กซัส (MAXUS Commercial) ซึ่ง Evante เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
มุ่งเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งรถขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า รถรับส่งเชิงพาณิชย์ รถพยาบาล และรถเฉพาะทาง ซึ่งจากภาพรวมของตลาดรถตู้เชิงพาณิชย์ในประเทศไทยที่มีขนาดประมาณ 16,000 คันต่อปี แต่ยังแทบไม่มีผู้เล่นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ส่งผลให้ MAXUS Commercial เป็นผู้เล่นรายแรกของตลาด
ทั้งนี้ Evante ตั้งเป้ายอดขาย Maxus ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ไว้ที่ 300 คัน ก่อนขยายสู่ 1,500 คัน ในปี 2027 และ 2,200 คัน ในปี 2028 และยังมีแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและผู้แทนจำหน่ายไปทั่วประเทศด้วย
“จากภาพรวมการขยายธุรกิจหลักและแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ นับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป จะเห็นว่าเรามีศักยภาพที่พร้อมเติบโตในทุกด้าน โดยผลประกอบการและการเติบโตนับจากนี้ไป จะไม่ได้มาจากการขยายขนาดธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากการสร้าง Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์ 4 ปัจจัยสำคัญของโลกยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ
ซึ่งมั่นใจว่า asap และธุรกิจในเครือที่ผนึกกำลังกันอย่างแข็งแกร่งนี้ เราจะสามารถพัฒนาโซลูชันที่ทันสมัย ทั้งด้านรถเช่า รถยนต์ไฟฟ้า พลังงาน เทคโนโลยี และบริการครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้คนและภาคธุรกิจเข้าถึงชีวิตการทำงาน และโอกาสใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้ารายได้รวมของทั้งกลุ่มในปีนี้จะเติบโตสูงขึ้นกว่า 70 %” นายทรงวิทย์ กล่าว