สศค. เผยเศรษฐกิจเดือนเม.ย. 69 ส่งออกโตแกร่ง-ท่องเที่ยวในประเทศคึกคักหนุน ทุนสำรองปึ้ก! รองรับเศรษฐกิจโลกผันผวน เฝ้าระวังสงครามกดดันน้ำมัน-ค่าเงิน

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนเม.ย.2569 มีสัญญาณบวกจากการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างใกล้ชิด

ประเด็นสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย (เม.ย. 2569)

1. การส่งออกโตแกร่งสวนกระแสโลก มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐแตะ 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงถึง ร้อยละ 23.1 โดยเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตร (เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง) เป็นแกนหลักในการเติบโต โดยมีตลาดคู่ค้าสำคัญที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ ออสเตรเลีย สหรัฐ อาเซียน และญี่ปุ่น

2. การบริโภคและลงทุนเอกชนฟื้นตัว จากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 และ 3.7 ตามลำดับ รายได้เกษตรกรที่แท้จริงเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 การลงทุน การนำเข้าสินค้าทุนพุ่งสูงถึงร้อยละ 27.9 สะท้อนการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ฟื้นตัว

ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงมาอยู่ที่ 50.6 (จาก 51.8 ในเดือนก่อน) และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมลดลงมาอยู่ที่ 85.3 (จาก 88.6 ในเดือนก่อน) เนื่องจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ราคาน้ำมันดีเซล และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน

3. การท่องเที่ยวในประเทศ: คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศพุ่งสูงถึง 25.6 ล้านคน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7) ส่วนการท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้าไทยชะลอตัวลง 2.37 ล้านคน (ลดลงร้อยละ -7.0 จากช่วงเดียวกันปีก่อน)

4. ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 2.89 และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 0.83 สัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมี.ค.2569 อยู่ที่ ร้อยละ 66.4 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ทุนสำรองระหว่างประเทศยังทรงตัวในระดับสูงที่ 286.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี

5. Fund Flow ต่างชาติยังไหลเข้าตลาดทุนไทย แม้จะมีการขายสุทธิในบางวัน แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี (YTD) นักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะซื้อสุทธิ ทั้งในตลาดหุ้นไทย 19,975.02 ล้านบาท และตลาดตราสารหนี้ไทย 30,482.15 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก

อย่างไรก็ตาม สะท้อนว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มฟื้นตัว (สะท้อนจาก Global Composite PMI ที่ระดับ 51.8) แต่เศรษฐกิจไทยยังคงตั้งอยู่บนความเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและปัญหาห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งทีรัฐบาลและภาคเอกชนไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน