“พิมพ์ใจ” โชว์วิสัยทัศน์ ประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ บูรณาการเชิงรุก ยกระดับอุตสาหกรรมไทย สู่ Smart Industry เป็นกลไกผลักดันเศรษฐกิจชของประเทศ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงนโยบายการบริหารงาน ส.อ.ท. วาระปี 2569-2571 ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry : Empowering Growth with 5I” เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมแนะนำคณะกรรมการ ส.อ.ท. วาระปี 2569-2571 ที่จะเข้ามาร่วมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของ ส.อ.ท. ในช่วง 700 วันข้างหน้า
ทั้งนี้ โครงสร้างการบริหารงานของส.อ.ท.วาระใหม่ ได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการการทำงานระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ คณะกรรมการ ส.อ.ท. จะร่วมกันดูแลและผลักดันยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กร ทั้งด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การส่งเสริมนวัตกรรม การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม รวมถึงการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
การบริหารงานในวาระนี้ จะเน้นการทำงานแบบบูรณาการและเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ ส.อ.ท. สามารถทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมไทย” และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ
ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรง การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี การกีดกันทางการค้า ต้นทุนพลังงาน รวมถึงแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานความยั่งยืนจากทั่วโลก ซึ่งล้วนส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จำเป็นต้องเร่งปรับตัว
“ส.อ.ท. ในวาระนี้ จะทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ผลักดัน ผู้เชื่อมโยง และผู้สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เราจะทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขัน เติบโต และสร้างโอกาสใหม่ได้อย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ด้าน เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานตลอดวาระปี 2569–2571 ประกอบด้วย
I1 : Intelligent Industry ยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)ระบบอัตโนมัติ (Automation & Robotics) และระบบการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) พร้อมผลักดันความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน สำหรับช่วยผู้ประกอบการในการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Industry
I2 : Innovation & Creative Industry เปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาการรับจ้างผลิต ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness) อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และระบบขนส่งทางราง
I3 : International Alliance & Network ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain Hub) เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงซัพพลายเชนแบบครบวงจร (Supply Chain Integration) ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค
I4 : Industrial Infrastructure Reform ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม โดยแก้ไขข้อจำกัดที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านพลังงาน กฎหมาย การค้า และทุนมนุษย์ รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
I5 : Inclusive Sustainability สร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน ส.อ.ท. จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Transition) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. พร้อมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของภาคอุตสาหกรรม และพร้อมทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน การค้า และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เราเชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส และก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน