กระทรวงพาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนพ.ค.สูงขึ้น 2.79% อาหารสำเร็จรูปแพงขึ้นชัดเจน 7 เมนูยอดฮิตปรับเมนูละ 10 บาท หรือขึ้น 20% หลังน้ำมัน-ค่าโดยสารพุ่ง ขณะที่ “ไทยช่วยไทยพลัส” เริ่มเห็นผล! ดันความเชื่อมั่น แต่ไม่กระทบเงินเฟ้อ

วันที่ 5 มิ.ย. 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) ทั่วไปของไทย เดือนพ.ค. 2569 เท่ากับ 103.20 เทียบกับเดือนพ.ค. 2568 สูงขึ้น 2.79% และเทียบกับเดือนเม.ย. 2569 สูงขึ้น 0.17 % เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

รวมทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจายุติสงครามยังยืดเยื้อ ส่งผลกระทบให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น อีกทั้งราคาอาหารสำเร็จรูปปรับขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย และส่งผลให้ค่าครองชีพส่วนนี้เพิ่มขึ้นชัดเจน ฐานราคาผักสดสูงกว่าปีก่อน ขณะที่ราคาสินค้าและบริการอื่น ๆส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มาก

โดยเดือนพ.ค. สินค้าที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ 464 รายการ พบว่า สินค้าที่มีราคาเพิ่มขึ้น 246 รายการ ราคาทรงตัว 16 รายการ และราคาลดลง 122 รายการ โดยหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 4% โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง (ดีเซล แก๊สโซฮอล์ เบนซิน) ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ค่าบริการขนขยะ น้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม/ซักผ้า) และค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา

ส่วนสินค้าสำคัญราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ของใช้ส่วนบุคคล ค่าห้องพักโรงแรม และเสื้อผ้า สำหรับหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.95 % ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป ซึ่ง 7 เมนูยอดนิยม ที่ส่วนใหญ่ 52% ปรับขึ้น 10 บาทต่อเมนู หรือเพิ่มขึ้น 20% ต่อเมนู รวมถึงผักสด ข้าวสารเจ้า ไก่สด ปลาและสัตว์น้ำ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ราคาสูงขึ้น แต่หลายรายการราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว ผลไม้สดบางชนิด น้ำอัดลม ซอสหอยนางรม และมะพร้าวผล

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า เงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงานออก) เดือนพ.ค. สูงขึ้น 0.92 % เร่งตัวขึ้นจากเดือนเม.ย. ที่สูงขึ้น 0.83% โดยเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 5 เดือนปี 2569 สูงขึ้น 0.82 % และเงินเฟ้อพื้นฐาน 5 เดือน สูงขึ้น 0.70%

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิ.ย.นี้ คาดยังบวกต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุน

1.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศสูงขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกทรงตัวสูง จากเจรจาในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ

2.อาหารสำเร็จรูปแนวโน้มทยอยปรับราคาสูงขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ซึ่งเมื่อราคาอาหารสำเร็จรูปปรับขึ้นแล้วมักปรับลดลงได้ยากในอนาคต ส่งผลให้ค่าครองชีพของราคาสินค้ากลุ่มนี้สูงขึ้นถาวร

3.ค่าใช้จ่ายเดินทางสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทรงตัวสูง และ

4.ราคาผักสดมีแนวโน้มจากภาวะอากาศ

ขณะที่ปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

1. ค่ากระแสไฟฟ้ารอบเดือนพ.ค.- ส.ค. 2569 คงต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าเล็กน้อย และ

2.แนวโน้ม ราคาเนื้อสัตว์ลดลงจากอุปทานในตลาดเพียงพอ

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปมิ.ย. สูง 3% และเฉลี่ยต่อเดือนจากนี้ถึงสิ้นปีเงินเฟ้อสูงเกิน 3% โดยคาดเงินเฟ้อไตรมาส2 สูง 2.89% ไตรมาส3 สูง 3.37 % และไตรมาส4 สูง 3.58%

โดยที่ไตรมาสแรกเงินเฟ้อติดลบ 0.54% จึงคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2569 ในกรอบ 1.5-2.5% ค่ากลาง 2 % บนสมมุติฐานจีดีพี 1.5-2.5% น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย75-85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าบาท 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การที่คาดการณ์เงินเฟ้อต่ำกว่าธนาคารแห่งประเทศไทยที่คาดไว้ 5% นั้นต้องขึ้นกับราคาน้ำมันสูงแค่ไหน มาตรการตรึงค่าไฟ และอาหารจานด่วนไม่ปรับขึ้นพรวดจากวันนี้

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค(ซีซีไอ) เดือนพ.ค. ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 49.2 จุด จากเดือนเม.ย. อยู่ที่ 45 จุด ถือเป็นการปรับเพิ่มในรอบ 2 เดือน ปัจจัยมาจาก ประชาชนเริ่มรับรู้ชินถึงราคาน้ำมันและต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น และ รับรู้มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะช่วยลดค่าครองชีพชัดเจนที่เริ่มเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นมาตราการที่ต่อเนื่อง 4 เดือน และมาตรการใหม่ๆ ของภาครัฐที่จะส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นฯ จากนี้ปรับสูงต่อเนื่อง

“เงินเฟ้อพ.ค.ใกล้เคียงเม.ย. และความเชื่อมั่นประชาชนมากขึ้น สะท้อนความกังวลเงินในกระเป๋าผ่อนคลายได้บ้างส่วน หลังเริ่มไทยช่วยไทยพลัส เพื่อลดภาระค่าครองชีพ และโครงการนี้ไม่ทำให้ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น โดยราคาหลายรายการปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว และการจะปรับอีกครั้งผู้ค้าวิตกอาจกระทบต่อยอดขาย รายได้เพิ่มเดือนละ 1,000 บาทถูกหักล้างบางส่วนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ดังนั้น ไทยช่วยไทยพลัส สร้างความเชื่อมั่น และไม่กดดันเงินเฟ้อ” นายนันทพงษ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน