ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าหาตลาดใหม่และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยมุ่งผลักดัน “แป้งมันสำปะหลังไทย” เข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงของยุโรป เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ค.2569 นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำคณะผู้แทนการค้า ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการไทย เดินทางเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเจรจาธุรกิจและสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของแป้งมันสำปะหลังไทย

งาน Interpack 2026
เยอรมนีถูกเลือกเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การวิจัย และอุตสาหกรรมของยุโรป อีกทั้งมีความต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ บรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของแป้งมันสำปะหลังไทยที่มีคุณสมบัติ Non-GMO และ Gluten Free ตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพและความยั่งยืนของผู้บริโภคยุโรป หากสร้างการยอมรับในตลาดเยอรมนีได้ก็จะช่วยปูทางขยายตลาดภูมิภาคยุโรปได้ไม่ยาก

หารือผู้ผลิตสารเคมียักษ์ใหญ่
ปัจจุบันเยอรมนีเป็นตลาดส่งออกมันสำปะหลังอันดับ 18 ของไทย คิดเป็น 0.49% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด โดยช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.2569 ไทยส่งออกได้ 3,360.71 ตัน มูลค่า 3.28 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.85% ด้านปริมาณ และ 22.86% ด้านมูลค่า โดยกว่า 69.2% เป็นการส่งออกแป้งมันสำปะหลังแปรรูป โดยมีเวียดนามเป็นคู่แข่งที่สำคัญเพราะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากข้อตกลงการค้าเสรี EVFTA กับสหภาพยุโรป

รองอธิบดีนพดลและคณะผู้แทนการค้า
การเดินทางไปครั้งนี้คณะผู้แทนการค้าไทยได้เข้าร่วมและพบปะผู้ประกอบการในงาน Interpack 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองดึสเซลดอร์ฟ (Dusseldorf) มีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 2,800 ราย จากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เข้าพบกับบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ชั้นนำของโลก รวมถึงหารือกับท่าเรือในเยอรมนี
นายนพดลกล่าวว่า ผลการหารือประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย โดย VDMA Food Processing and Packaging Machinery Association ซึ่งเป็นสมาคมผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ชั้นนำของเยอรมนี จะกลับไปศึกษาแนวทางการใช้แป้งมันสำปะหลังของไทยเข้าไปใช้เป็นส่วนประกอบของแต่ละอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ซึ่งเป็นเทรนด์ที่อียูกำลังให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
ขณะที่บริษัท PaperFoams B.V. ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษชั้นนำจากภูมิภาคยุโรปจากเนเธอร์แลนด์แสดงความสนใจนำแป้งมันสำปะหลังจากไทยไปเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่ขอให้ไทยปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมีให้มีความขาวเท่ากับแป้งมันฝรั่งที่ทางบริษัทใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนักวิชาการและผู้ประกอบการฝ่ายไทยยืนยันว่าสามารถปรับปรุงได้ตามสเป๊ก โดยฝ่ายไทยจะส่งตัวอย่างแป้งมันสำปะหลังภายหลังจากปรับปรุงให้บริษัทนำไปทดลองใช้เป็นวัตถุดิบก่อนสั่งซื้อจริงต่อไป
บริษัท Lecta ซึ่งเป็นผู้ผลิตสารเคลือบจากสเปน ก็แสดงความสนใจโดยขอให้ไทยส่งวัตถุดิบแป้งมันสำปะหลังเข้ามาทดสอบคุณสมบัติทางเคมีในห้องแล็บใช้เวลาราว 1 ปี หากคุณสมบัติเคมีตอบโจทย์อุตสาหกรรมก็พร้อมที่จะสั่งซื้อมันสำปะหลังจากไทย ขณะที่ผู้ผลิตสารเคมียักษ์ใหญ่ของเยอรมันที่ผลิตเกี่ยวกับสารเคมีในอุตสาหกรรมฟู้ดและนอนฟู้ด อาทิ เครื่องสำอาง สารลดความตึงผิว ได้นัดหารือต่อเนื่องเกี่ยวกับความต้องการวัตถุดิบแป้งมันสำปะหลังจากไทยเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารเคมี
คณะผู้แทนไทยยังได้หารือกับ The Port of Duisburg ซึ่งเป็นท่าเรือภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีเส้นทางผ่านแม่น้ำ Rhine เชื่อมกับท่าเรือหลักในภูมิภาคยุโรป และเป็นปลายทางของรถไฟสาย China-Europe Railway Express ผ่านโครงการเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative) เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายแป้งมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดและภาคการผลิตในยุโรปอย่างมีประสิทธิภาพ
จากการร่วมหารือกับบริษัทต่างๆ ในเยอรมันค่อนข้างเซอร์ไพรส์ในคุณภาพและมาตรฐานของแป้งมันสำปะหลังของไทยที่มีมาตรฐานรับรองที่หลากหลาย ทั้งมาตรฐานสิ่งแวดล้อม การปลูกที่ไม่รุกล้ำป่าสงวน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของยุโรป จึงมีโอกาสที่ดีที่จะขยายตลาดส่งออกเพราะสอดรับกับกระแส Clean Label, Gluten-Free, Non-GMO รวมถึง กระแสการเติบโตของอาหาร Plant-Based และ Vegan ซึ่งเยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรมังสวิรัติและวีแกนมากที่สุดในยุโรป

เขม หวั่งหลี
ด้าน นายเขม หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ประกอบการที่ร่วมคณะผู้แทนการค้าไทยระบุภายหลังร่วมหารือกับผู้ประกอบการในเยอรมนีว่า ตลาดยุโรปใช้แป้งมันสำปะหลังในอุตสาหกรรมไม่แพร่หลาย ส่วนใหญ่ใช้แป้งข้าวโพด แป้งมันฝรั่ง ขณะที่ปริมาณความต้องการสูง จึงเป็นโอกาสของแป้งมันสำปะหลังไทยขณะที่ไทยต้องเร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโอกาสในการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมอาหาร และไม่ใช่อาหาร โดยเตรียมนำผลการวิจัยเกี่ยวกับมาตรฐานแป้งมันสำปะหลังไทยที่สามารถตอบโจทย์ความยั่งยืน และคาร์บอนฟุตปรินต์มานำเสนอตลาดเยอรมนีเพื่อเพิ่มมูลค่าการขายให้กับสินค้ามันสำปะหลังไทย
“ขณะนี้ภาครัฐคือกรมการค้าต่างประเทศตื่นตัวมาก ที่ผ่านมามีการจัดทริปไปดูไบ ญี่ปุ่น และทริปยุโรป ช่วยให้แป้งมันสำปะหลังของไทยสามารถเข้าถึงเราเข้าถึงตลาดต่างๆ ได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะเปิดตลาดอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก และอุตสาหกรรมยา เป็นต้น”

ดุสิต พิทยาธิคุณ
นายดุสิต พิทยาธิคุณ นายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทยกล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเยอรมันมีการใช้แป้งมันสำปะหลังในหลายช่องทาง แต่ต้องดูเรื่องของฐานการผลิตแป้งมันของบริษัทต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งพบว่ามีฐานการผลิตอยู่ในโซนเอเชียซึ่งมีคู่แข่งอย่างเวียดนามอยู่ด้วย แต่เมื่อพิจารณาจากระบบขนส่งแล้วจะเห็นว่าไทยจะมีความได้เปรียบด้านระยะทางและต้นทุนการขนส่ง เพราะโรงงานของบริษัทเยอรมันตั้งอยู่ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ใกล้ไทยมากกว่าเวียดนาม โดยหลังจากนี้ภาคเอกชนไทยจะนัดหารือเพื่อขยายตลาดแป้งมันสำปะหลังต่อไป
“แป้งมันสำปะหลังไทยมีโอกาสในอุตสาหกรรมไบโอแพค (Biopack) หรือ บรรจุภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์การค้าของยุโรป คาดว่าในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมีการใช้กระดาษซึ่งมีส่วนประกอบของแป้งมันสำปะหลังมากขึ้น”

ดูงานท่าเรือดุยส์บูร์ก
แม้ตลาดอียูจะมีศักยภาพ แต่นายดุสิตระบุว่าไทยยังมีอุปสรรคแม้ว่าไทยจะเป็นแชมป์โลกส่งออกปีละ 7 ล้านตัน แต่ผลผลิตภายในไม่เพียงพอผลิตหัวมันสดได้ 24 ล้านตัน/ปี ขณะที่ความต้องการใช้ 35 ล้านตัน/ปี ทำให้ต้องนำเข้าจากเพื่อนบ้าน แต่ปัจจุบันมีข้อจำกัดจากความขัดแย้งชายแดน โดยขณะนี้รัฐบาลและเอกชนไทยกำลังเร่งพัฒนาเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังเร่งเตรียมความพร้อม ภายใน 2 ปี เพื่อรองรับตลาดยุโรปและอื่นๆ ให้มากขึ้น

หารือกับPaperFoams B.V.
การเจาะตลาดเยอรมนีเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับแป้งมันสำปะหลังไทยสู่ซัพพลายเชนมูลค่าสูงของยุโรป หากทำสำเร็จจะช่วยยกระดับรายได้ภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม แต่ภาครัฐและเอกชนต้องเร่งเพิ่มศักยภาพในการเพิ่มผลผลิต และพัฒนามาตรฐานเพื่อรองรับความต้องการและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน