ศุภจี หารือ UK เดินหน้า JETCO ดันขยายการค้า-ลงทุน 6 อุตสาหกรรมศักยภาพ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ได้ให้การต้อนรับและหารือกับนายมาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ในโอกาสที่นายมาร์ค กูดดิ้ง มีกำหนดครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยในเดือนก.ค. 2569
ได้หารือแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสำคัญ เพื่อส่งเสริมและยกระดับความสัมพันธ์ไทย-UK รวมทั้งขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสร้างพันธมิตรทางการค้า ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าโลก โดยทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าระหว่างกันขยายตัวอย่างมากถึง 24 %ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากประมาณ 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นางศุภจีกล่าวว่า UK เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและเป็นคู่ค้าและนักลงทุนสำคัญของไทย ทั้งสองฝ่ายจึงมีกลไก “คณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้า (Joint Economic and Trade Committee : JETCO)” เพื่อขับเคลื่อนและต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น ยานยนต์ เกษตร อาหารและเครื่องดื่ม สาธารณสุข การศึกษาและศุลกากร โดยความร่วมมือในหลายสาขามีความคืบหน้าและเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก
นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการดำเนินการเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571 รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับประเทศที่มีความสำคัญกับทั้งสองฝ่าย
ในปี 2568 UK เป็นคู่ค้าอันดับ 22 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในยุโรป (รองจากสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์) เป็นตลาดส่งออกอันดับ 22 และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 24 ของไทยในโลก โดยมีการค้ารวม 6,842.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.00% ของการค้าไทยในโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2567 คิดเป็น2.75% โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า 2,014.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออกไปยัง UK มูลค่ารวม 4,428.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ (1) ไก่แปรรูป (2) อัญมณีและเครื่องประดับ (3) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล (4) รถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบ (5) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และนำเข้าจาก UK มูลค่ารวม 2,413.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ (1) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (2) แผงวงจรไฟฟ้า (3) เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ (4) ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม (5) เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลม และสุรา