“บล.ทรีนีตี้” ประเมินตลาดหุ้นไทยเดือนมิ.ย. ยังเผชิญความผันผวนจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก กดดันตลาดหุ้น พร้อมยืนเป้าดัชนีที่แนวต้าน 1,540 จุด แนะลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive

วันที่ 8 มิ.ย. 2569 นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเดือนมิ.ย. 2569 ว่า ดัชนีหุ้นทั่วโลกในเดือนมิ.ย.จะแกว่งผันแปรไปตามปัจจัยเดิมอย่างภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเริ่มมีน้ำหนักน้อยลง และปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามามีน้ำหนักมากขึ้น

อย่างเช่นโทนการประชุมของธนาคารกลางสำคัญต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะมีการประชุมกันในเดือนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังเพราะ ปัจจุบันนักลงทุนในตลาดยังไม่ได้ Price in ประเด็นความเสี่ยงเรื่องการเข้มงวดนโยบายการเงินเข้าไปในราคาสินทรัพย์ต่างๆ มากนัก และล่าสุดยังไม่ได้มีการ Fully price in การขึ้นดอกเบี้ยของ ECB และ BoJ ในเดือนนี้ (89% และ 66% ตามลำดับ)

ไม่นับรวมกับการประชุมของธนาคารกลางพี่ใหญ่อย่างธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย ที่ในรอบนี้แม้จะยังไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย แต่อาจมีความเป็นไปได้ที่จะส่งสัญญาณที่ Hawkish หรือแข็งกร้าวมากขึ้น ตามเครื่องชี้เงินเฟ้อต่างๆที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

นายณัฐชาต กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อมากขึ้น ประเมินว่าจะทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อในตลาด (Breakeven) ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำยกตัวสูงขึ้น จนนำมาสู่การปรับเพิ่มขึ้นของ Bond yield ในตลาดอีกครั้งได้ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันทางอ้อมต่อมายังตลาดหุ้นในท้ายที่สุด

ในทางกลับกัน หากตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนนี้ออกมามีสัญญาณชะลอตัวลง และการส่งสัญญาณของธนาคารกลางต่างๆยังไม่ได้อยู่ในโทนที่ Hawkish มากนัก คาดว่าโมเมนตัมของการเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกจะสามารถดำเนินต่อไป โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มประเทศที่ยังคงเห็นการปรับประมาณการขึ้นต่อเนื่อง อย่าง เกาหลีใต้ ซึ่งยังคงเป็นตลาดหุ้นที่สามารถชดเชย Bond yield ที่ปรับตัวขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ว่าดัชนีจะทะลุแนวต้านเดิมทาง Valuation ที่ระดับ 1,540 จุด ขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยคาดการณ์ กำไรต่อหุ้น (EPS) ในตลาดที่ยังคงทรงตัว ทำให้ยังไม่สามารถขยับขยายแนวต้านนี้ขึ้นจากเดิมได้

อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะตลาดเช่นนี้หากจะต้องเลือกลงทุน แนะนำ กลุ่มหุ้นปลอดภัย Valuation ไม่สูง และมีความเสี่ยงต่ำหาก Bond yield ปรับตัวขึ้นไว้ก่อนอย่างเช่น กลุ่ม Consumer staple เลือก CPAXT, CPALL , กลุ่ม ICT เลือกหุ้น ADVANC, TRUE, กลุ่มโรงพยาบาล เลือก BDMS, CHG , กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เลือกหุ้น AMATA, WHAและกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง เลือกหุ้น CK, STECON

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน