สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดตัวเลขน่ากลัวของการตลาดไทย ชี้ครึ่งปีหลังไม่ระวังจะถูกเผาเกรียม แนะการตลาดช่วงสงครามต้อง 5 ม ทางรอดธุรกิจ

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ผศ. ดร. เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สัญญาณอันตรายของการตลาดไทยในปี 2569 คือ คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) อยู่ที่ 0.9% ถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่สมาคมฯ เคยประมาณการณ์

ในขณะที่งบอุตสาหกรรมโฆษณาและการตลาดโดยรวมคาดติดลบ 1% โดยงบโฆษณาหนังสือพิมพ์ติดลบ 20% หรือ เหลือ 994 ล้านบาท ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ งบโฆษณาทีวี ติดลบ 4.5% จาก 5.07 หมื่นล้านบาท เหลือ 2.9 หมื่นล้านบาทในปี 2569

พร้อมกันนี้พฤติกรรมผู้บริโภค 75% ซื้อสินค้าออนไลน์หยิบลงตะกร้าแต่ทิ้งรถเข็น ขณะเดียวกันการค้นหาแบรนด์ผ่าน Search ลดลง หรือ ติดลบ 10%

“นักการตลาดกว่า 70% แช่แข็งงบการตลาด และสินค้าแบรนด์ใหญ่ลดงบการตลาด จนภาพรวมอุตสาหกรรมติดลบ 1% ต่ำสุดรอบ 14 ปี จากปกติจะเพิ่มงบ 4-5%ต่อปี และมองว่าจะต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3 ปี เป็นผลมาจากนโยบายการค้าโลกที่ไม่นิ่ง โดยเฉพาะนโยบายทรัมป์“

นอกจากนี้สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบการตลาดในแง่ Shock Wave ดังนั้นสมาคมฯ ขอแนะนำเมื่อเราอยู่ในภาวะสงครามต้องทำอย่างไร ด้วยแนวทางการตลาดช่วงสงคราม กับ การตลาด 5 ม หรือ 5 P ประกอบด้วย

1.การตลาด “แม่น” หรือ Pricision Marketing การยิงการตลาดที่แม่น ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่สำคัญ คือ ดิจิทัล และดาต้า ที่สูงมาก

2.การตลาด “หมอบ” หรือ Pause เมื่อไม่ใช่ต้องหยุด หรือการใช้แนวทางการบริหารธุรกิจของ ดร.เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งเครือสหพัฒน์มาใช้ คือ ต้องรู้จังหวะ เร็ว ช้า หนัก เบา ในการทำธุรกิจ

3.การตลาด “มุ่ง” หรือ Push การทำในสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ และตลาดที่น่าสนใจให้มุ่งไปยังตลาดนั้นๆ อย่าง ตลาดเฉพาะ (Niche) มีธุรกิจ และการตลาดที่ประสบความสำเร็จให้เห็นแล้ว อย่าง การท่องเที่ยวเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคนพิการ และ เคเอฟซี เจาะ เจาะคอเกม ROBLOX ออกสินค้าและทำตลาดเจาะกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

4.การตลาด “มิตร” หรือ Partnership การทำตลาดแบบมีพันธมิตร การร่วมพลังระหว่างแบรนด์ จะช่วยสร้างการเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในยุคนี้

5.การตลาด “ มอบ” หรือ Planet แม้ในภาวะที่ทุกคนลำบาก แต่ต้องไม่ลืมสังคม และดูแลสิ่งแวดล้อม

“มองครึ่งปีหลังยังมีความไม่แน่นอนยังมีอยู่เยอะ ถ้าธุรกิจไม่ระวังอาจจะถูกเผาเกรียม ซึ่งจะทำให้กลับมาไม่ได้ ถ้าถูกเผาจริงยังสามารถกลับมาได้ เพราะในภาวะที่โลกไม่เหมือนเดิม เหตุการณ์คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ บวกกับการเปลี่ยนของผู้บริโภค ตลอดจนปัจจัยในประเทศเองที่ยังต้องจับตา คือ การเมืองเพราะศาลรัฐธรรมนูญยังไม่พิจารณาตัดสินคำร้องการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเปลี่ยนฉากทัศน์ประเทศอีกครั้ง“

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน