พาณิชย์ เผย ดัชนีราคาส่งออกไทย เม.ย.โต 3.5% แรงหนุนดีมานด์สินค้าไฮเทค

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.)เผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนเม.ย. 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกัน
ของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาโลหะพื้นฐาน อาทิ อะลูมิเนียม ทองแดง และวัตถุดิบอุตสาหกรรมที่ปรับสูงขึ้น จึงสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งขณะเดียวกัน ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ดัชนีราคาส่งออก เดือนเมษายน 2569 เท่ากับ 114.8 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่อง3.5%เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มสินค้าเชื้อเพลิง ทองคำ และอิเล็กทรอนิกส์ ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น และความต้องการในตลาดโลก

โดยหมวดสินค้าที่ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ขยายตัวเพิ่มขึ้น 46.3 %โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ ตามความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลาง และการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังมีความไม่แน่นอน

หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้น4.0% อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังยังคงรักษาระดับการผลิตเพื่อรองรับความต้องการจากตลาดจีน ยางพารา จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้ยางสังเคราะห์มีต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของยางธรรมชาติ และข้าว ตามทิศทางราคาข้าวไทยและเวียดนามในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น จากต้นทุนโลจิสติกส์และปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น

และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้น 2.4% อาทิ ทองคำ ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง จากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความกังวลปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตามต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตามต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้น อาทิ ทองแดง และอะลูมิเนียม

ขณะที่หมวดสินค้าที่ดัชนีราคาลดลง คือ หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ลดลง0.1% โดยเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 81 เดือน อาทิ น้ำตาลทราย จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ อาทิ บราซิล อินเดีย และไทย จึงคาดว่าจะเกิดภาวะอุปทานส่วนเกินทั่วโลก และผลไม้กระป๋อง เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากผู้ส่งออกในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม และมาเลเซีย

ดัชนีราคานำเข้า เดือนเม.ย. 2569 เท่ากับ 128.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้น12.2 % ปัจจัยหลักเป็นผลจากราคาสินค้าเชื้อเพลิงที่เร่งตัวสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการวัตถุดิบและสินค้าทุน เพื่อรองรับการผลิตและการการลงทุนในอุตสาหกรรม

ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ขยายตัวสูง41.3 %จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป เป็นผลจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้เกิดภาวการณ์หยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบ

หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้น10.4% ได้แก่ ทองคำ ปุ๋ย และสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามราคาตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น สำหรับอุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการผลิตสินค้าเทคโนโลยีใหม่

หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้น 6.2% จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องประดับอัญมณี และเสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของประเทศเพิ่มขึ้น

หมวดสินค้าทุน สูงขึ้น 4.4% จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล การขยายตัวของภาคการผลิต และการลงทุน สำหรับเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยรักษาโรคเพิ่มขึ้น

และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้น2.1% จากส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก และส่วนประกอบและอุปกรณ์จักรยานยนต์ และรถจักรยาน ตามความต้องการนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อประกอบการผลิตและส่งออก รวมถึงความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

ส่วนแนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนพ.ค. 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง จาก 3 ปัจจัยหนุน คือ1) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน จากการที่ราคาน้ำมันและพลังงานปรับเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งจะส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าอุตสาหกรรม

2) ราคาสินค้าโลหะพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอะลูมิเนียมและทองแดง จากความต้องการที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานหมุนเวียน และ 3) การเร่งนำเข้าสินค้าบางประเทศจากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ลดลงชั่วคราว ทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

แต่ยังมี6ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ 1) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้อุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง 2) การแข่งขันด้านราคาจากประเทศคู่ค้าที่รุนแรง กดดันความสามารถในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย 3) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า และมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ

4) เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญภาวะกำลังซื้อในประเทศชะลอลง 5) ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ซึ่งจะกระทบต่อผลผลิตภาคเกษตร และ 6) ความผันผวนของค่าเงินบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน