เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เพิ่มประสิทธิภาพจัดส่ง 10% ต้อนรับแคมเปญ 6.6
มหกรรมช้อปปิ้ง 6.6 เมกะ เซล ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนและโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก มีผลการดำเนินงานโดดเด่นในตลาดภูมิภาคดังกล่าว โดยในช่วงแคมเปญส่งเสริมการขายหลักระหว่างวันที่ 1–6 มิถุนายนเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปริมาณการพัสดุเฉลี่ยต่อวันราว 35.51 ล้านชิ้น และในวันที่ 2 มิถุนายน ที่มียอดพัสดุสูงสุด บริษัทสามารถจัดการพัสดุได้มากกว่า 37 ล้านชิ้นภายในวันเดียว
สำหรับประเทศไทย ปริมาณพัสดุในช่วงดังกล่าวเติบโตขึ้น 89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของภูมิภาคที่อยู่ที่ราว 85% โดยเครือข่ายการให้บริการทั่วประเทศยังคงดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพตลอดช่วงแคมเปญ
เสริมศักยภาพ รับดีมานด์พุ่ง
เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลส่งเสริมการขาย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ได้ดำเนินการขยายเครือข่ายบริการและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานก่อนเริ่มแคมเปญ
ในส่วนของเครือข่ายปลายทาง บริษัทได้เพิ่มพนักงานรับ-ส่งพัสดุจำนวน 3,200 คน เปิดจุดให้บริการใหม่ 80 แห่ง และอัปเกรดระบบอัตโนมัติในศูนย์บริการเดิมอีก 20 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและความสามารถในการรองรับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้น
ด้านระบบคัดแยกและกระจายสินค้า บริษัทได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ 1 แห่ง และจุดรวบรวมพัสดุเพิ่มเติมอีก 4 แห่ง พร้อมติดตั้งระบบคัดแยกอัตโนมัติแบบ Cross-Belt เพิ่มอีก 4 ชุด เพื่อเสริมขีดความสามารถในการจัดการพัสดุและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ในด้านการขนส่ง บริษัทได้เพิ่มรถขนส่งทางไกล จำนวน 55 คัน และรถขนส่งในพื้นที่อีก 30 คัน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเครือข่ายการขนส่งในช่วงที่มีปริมาณงานสูง
จากการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานโดยรวมของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ในช่วงแคมเปญเป็นไปอย่างราบรื่น โดยระยะเวลาการจัดส่งเฉลี่ยตลอดเส้นทางอยู่ในระดับที่ดีขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน ขณะที่อัตราการร้องเรียนของลูกค้าลดลง 36% แม้ปริมาณพัสดุจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่คุณภาพการให้บริการยังคงรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง
ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ยกระดับประสิทธิภาพการจัดส่งช่วงแคมเปญ
คุณพลอย ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องหอมภายในบ้าน เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง 6.6 ปีนี้ ร้านค้าของเธอมียอดคำสั่งซื้อทะลุ 1,500 ออเดอร์ต่อวันเป็นครั้งแรก ซึ่งสูงขึ้นอย่างมากจากช่วงปกติ โดยในช่วงแรก คุณพลอยกังวลว่าปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อการบริหารจัดการสต็อกสินค้าและประสิทธิภาพการจัดส่ง
ก่อนเริ่มแคมเปญ ทีมงานบริหารลูกค้าและพันธมิตรของเจแอนด์ที ได้วิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจพร้อมทั้งนำเสนอ J&T Fulfillment ซึ่งเป็นบริการบริหารจัดการคลังสินค้าและการจัดส่งแบบครบวงจร ช่วยให้สามารถบริหารสต็อกสินค้าและกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในช่วงแคมเปญ พัสดุมากกว่า 1,500 ชิ้นถูกส่งออกจากคลังสินค้าและเข้าสู่กระบวนการขนส่งภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่อัตราความสำเร็จในการเข้ารับพัสดุและจัดส่งภายใน 36 ชั่วโมงอยู่ที่ 91%
“เมื่อมีทีมงานมืออาชีพช่วยดูแลสต็อกสินค้าและการจัดส่ง เราจึงทุ่มเทเวลาให้กับการพัฒนาสินค้าและการดูแลลูกค้าได้มากขึ้น” คุณพลอยกล่าว
กรณีดังกล่าวสะท้อนถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซรายย่อยของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส นอกเหนือจากบริการด้านโลจิสติกส์แล้ว ในช่วงแคมเปญ 6.6 ปีนี้ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยังได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการ SME จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับรถไฟฟ้า MRT ในกรุงเทพฯ ครอบคลุม 38 สถานี 54 ขบวน และจอดิจิทัลเกือบ 1,200 จอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างการรับรู้แบรนด์และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการทำงานของพนักงานด่านหน้า โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์ช่วยลดอุณหภูมิภายในศูนย์คัดแยกพัสดุทั่วประเทศ พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่มและเครื่องดื่มให้พนักงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในช่วงสภาพอากาศร้อนจัดของประเทศไทย
เดินหน้ายกระดับบริการ สนับสนุนการเติบโตอีคอมเมิร์ซ
ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบบโลจิสติกส์จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จะยังคงเดินหน้าลงทุนด้านทรัพยากรบุคคล โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซและผู้ประกอบการ SME ในประเทศไทย ตลอดจนร่วมมือกับแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการในการผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคต่อไป