กรมฝนหลวง บินเติมน้ำเขื่อนสำคัญ ตั้งหน่วยตาก–สระแก้ว รับมือภัยแล้ง
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 คาดว่าปริมาณฝนและการกระจายตัวของฝนจะค่อนข้างน้อย อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในบางพื้นที่ ขณะเดียวกันมีการขอรับบริการฝนหลวงเพิ่มขึ้น และมีความต้องการน้ำต้นทุนสำหรับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมในวงกว้าง
ทั้งนี้ กรมฝนหลวงได้สั่งการให้ปรับแผนการทำงาน โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติม 2 แห่ง ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ตาก ณ สนามบินตาก อ.เมือง จ.ตาก ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก Caravan จำนวน 2 ลำ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สระแก้ว ณ สนามบินวัฒนานคร กองบิน 3 อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก Caravan จำนวน 2 ลำ
การตั้งหน่วยปฏิบัติการทั้ง 2 แห่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำในภาคเหนือและภาคตะวันออก โดยจะเน้นการปฏิบัติการเชิงรุก เติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำคัญ รวมถึงช่วยพื้นที่เพาะปลูกที่ยังต้องการน้ำ
นายวิทยากล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนสำคัญที่มีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่า 50% โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การ 49% เขื่อนกิ่วคอหมา 43% และเขื่อนแม่มอก 21%
สำหรับสถานการณ์พื้นที่การเกษตรในภาคเหนือ ข้าวนาปีอยู่ระหว่างเตรียมดินและเพาะต้นกล้า ส่วนข้าวโพดอยู่ในระยะเริ่มปลูกถึงติดฝัก ซึ่งยังมีความต้องการน้ำสำหรับการเพาะปลูก
ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออก เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่า 50% ได้แก่ เขื่อนขุนด่านปราการชล 11% เขื่อนคลองสียัด 5% เขื่อนบางพระ 31% และเขื่อนนฤบดินทรจินดา 21%
ด้านสถานการณ์พื้นที่การเกษตรในภาคตะวันออก ข้าวอยู่ในระยะไถเตรียมแปลง ข้าวโพดอยู่ระหว่างเริ่มหยอดเมล็ด และมันสำปะหลังอยู่ในระยะพัฒนาทรงพุ่มถึงสะสมอาหาร กรมฝนหลวงจึงจะเน้นปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่ เมื่อสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการ
สำหรับช่วงบ่ายวันที่ 12 มิถุนายน 2569 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ตาก มีแผนบินปฏิบัติการเวลา 13.30 น. โดยใช้เครื่องบิน Caravan 1934 ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการก่อเมฆ และเครื่องบิน Caravan 1922 ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการเลี้ยงเมฆ บริเวณ อ.สามเงา จ.ตาก โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำใน จ.ตาก
นายวิทยากล่าวว่า กรมฝนหลวงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ความต้องการน้ำในทุกภูมิภาคอย่างใกล้ชิด และวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงและลดผลกระทบต่อภาคเกษตร
ทั้งนี้ เกษตรกรและประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ผ่านช่องทาง Facebook, Instagram และ TikTok ของกรมฝนหลวง รวมถึงขอรับบริการฝนหลวงได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 8 แห่งทั่วประเทศ