ธอส. อัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้วกว่า 95,000 ล้านบาท ดันคนไทยมีบ้านเพิ่มทะลุ 1 แสนบัญชี สินเชื่อโซลาร์เซลล์ รองรับบ้านพลังงานสะอาด
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วจำนวน 95,366.16 ล้านบาท คิดเป็น 38.64% ของเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีที่ 246,795 ล้านบาท สนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้นจำนวน 100,424 บัญชี สะท้อนบทบาทการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่เป็นผู้นำด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย และเป็นกลไกสำคัญ ในการผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ธอส. เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีแรก จะสามารถผลักดันเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท และปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวก อาทิ สถานการณ์ภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน สะท้อนจากจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 3.1%
สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกประเทศ ประกอบกับการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต ด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของประชาชน ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 539,062 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.001% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งถือว่าดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ธอส. ยังติดตามความท้าทายด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในแถบประเทศตะวันออกกลาง ที่มีผลต่อราคาพลังงานให้ปรับเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2569 ธอส. จึงได้จัดสรรกรอบวงเงิน 32,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อ Green Loan และสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน
ด้านพลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล ให้กับประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าในระยะยาว ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีบ้านเป็นของตนเองอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป