สมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ค้านใช้เตา IF ผลิตเหล็กก่อสร้าง ชี้เสี่ยงกระทบความปลอดภัยโครงสร้าง หนุนรัฐยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านการใช้เทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) ในการผลิตเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้าง พร้อมนำเสนอข้อมูลทางวิชาการและหลักการทางโลหะวิทยา เพื่อชี้ให้เห็นข้อจำกัดของกระบวนการผลิตดังกล่าว และสนับสนุนแนวทางยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

โดยสมาคมระบุว่า การใช้เตา IF ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างยังเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงในอุตสาหกรรม เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวมีข้อจำกัดในการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากน้ำเหล็ก โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้เศษเหล็กรีไซเคิลซึ่งมีการปนเปื้อนสูงเป็นวัตถุดิบหลัก

สำหรับประเด็นที่มีการอ้างว่าเตา IF สามารถผลิตเหล็กเกรดสูงหรือเหล็กสแตนเลสได้ สมาคมฯ ชี้แจงว่า ในต่างประเทศการผลิตเหล็กคุณภาพสูงด้วยเตา IF มักใช้วัตถุดิบบริสุทธิ์หรือวัตถุดิบที่ผ่านการคัดแยกคุณภาพมาแล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กเส้นในประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้เศษเหล็กรีไซเคิลจากหลายแหล่ง ซึ่งอาจมีสารปนเปื้อนติดมาด้วย

นอกจากนี้ เห็นว่าเมื่อใช้เตา IF เพียงอย่างเดียว กระบวนการผลิตจะขาดขั้นตอนสำคัญในการปรับคุณภาพน้ำเหล็กและกำจัดสิ่งเจือปน ส่งผลให้สารมลทินบางส่วนอาจคงอยู่ในเนื้อเหล็กและกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ยังระบุว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 กำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีกระบวนการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์และควบคุมปริมาณสารปนเปื้อนสำคัญ อาทิ ฟอสฟอรัส (P) และซัลเฟอร์ (S) ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งในทางปฏิบัติจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง หรือ Ladle Furnace (LF) เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำเหล็กก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต

ทั้งนี้ ยังมีความกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารในระยะยาว เรื่องสิ่งเจือปนหรือฟองอากาศที่หลงเหลืออยู่ภายในเนื้อเหล็กอาจไม่ปรากฏความผิดปกติในการทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้น แต่เมื่อใช้งานภายใต้ภาระรับน้ำหนักและแรงเค้นสะสมเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะล้าของวัสดุ (Fatigue) และการแตกหักแบบเปราะ (Brittle Failure) ได้

ทั้งนี้ อ้างอิงข้อมูลจากการประชุมวิชาการอุตสาหกรรมเหล็กแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAISI 2025) พบว่า เหล็กเส้นที่ผลิตจากกระบวนการ IF มีอัตราการแตกหักในการทดสอบแรงกระแทกสูงกว่ากระบวนการผลิตประเภทอื่น โดยระบุว่า หลายประเทศได้กำหนดมาตรการควบคุมหรือยุติการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการผลิตเหล็กเส้นสำหรับงานโครงสร้าง

พร้อมกันนี้ ได้สนับสนุนนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างศึกษาการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตเหล็กภายในประเทศ และเสนอแนวทางเพิ่มเติม 2 ประการ ได้แก่ การจำกัดขอบเขตการใช้งานเหล็กที่ผลิตจากเตา IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก ให้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างขนาดเล็ก และกำหนดให้โรงงานผู้ผลิตเหล็กเส้นโครงสร้างติดตั้งระบบ Ladle Furnace (LF) เป็นเงื่อนไขสำคัญในการขออนุญาตหรือการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ

อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าการยกระดับมาตรฐานกระบวนการผลิตเหล็กเป็นประเด็นสำคัญต่อความปลอดภัยของอาคารและโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว พร้อมประกาศจุดยืนสนับสนุนการปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน