“วราวุธ” เปิดงาน “มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ” หนุน SME D Bank ปลุกผู้ประกอบการตื่นตัว ดันเงินสะพัด 500 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวในการเป็นประธานเปิด “มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน“ ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีถือเป็นฐานพีระมิดของเศรษฐกิจไทย หากธุรกิจเอสเอ็มอีไม่สามารถอยู่รอดได้ เศรษฐกิจไทยก็จะขาดแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ดังนั้น จึงมอบหมายให้ ธพว. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ฟันฝ่าวิกฤตความท้าทายต่าง ๆ ไปให้ได้ พร้อมวางพื้นฐานยกระดับพลิกโฉมสู่อนาคตต่อไป

สำหรับการจัด “มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน” ครั้งนี้ สอดรับกับนโยบาย “ราชการทันใจ” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างรวดเร็ว และรอบด้าน ครบถ้วนในจุดเดียว มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภูมิภาค เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้สู่ชุมชน ช่วยสร้างฐานพีระมิดของเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและเติบโตสู่ความยั่งยืนในอนาคต

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวว่า จากนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ธนาคารได้นำมาขับเคลื่อนสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดเป็น “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” ซึ่งเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.2569 ถึงประมาณกลางเดือนพ.ค. 2569 ที่ผ่านมา สนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนแล้วกว่า 9,057 ล้านบาท สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 41,481 ล้านบาท

ดังนั้น ธพว. จึงต่อยอดจัด “มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน” เพื่อจะนำบริการ 3 มิติสำคัญดังกล่าว ไปมอบสู่ส่วนภูมิภาคอย่างกว้างขวาง นำร่องครั้งที่ 1 ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งถือเป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดในรูปแบบ ONE STOP SERVICE รวบรวมความช่วยเหลือใน 3 มิติสำคัญ มาไว้ในจุดเดียว ประกอบด้วย

มิติที่ 1 การเข้าถึงแหล่งทุน สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมประมาณ 16,000 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสนับสนุนการยกระดับผลิตภาพ การปรับเปลี่ยนสู่การใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน ได้แก่ สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ใช้พลังงานสะอาด

อาทิ ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และ สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สนับสนุนการลงทุนและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคง

มิติที่ 2 การช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง จัดคลินิกให้คำปรึกษาเพื่อลดภาระหนี้เดิม ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นวิกฤตและไปต่อได้อย่างมั่นคง ด้วยมาตรการ “3 ลด” ได้แก่ ลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวดผ่อนชำระ โดยพิจารณาตามศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของแต่ละกิจการ

และมิติที่ 3 การยกระดับและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ Upskill-Reskill สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาด การเพิ่มรายได้ การลดต้นทุนทางธุรกิจ และการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจสีเขียว (Green Business)

นายพิชิต กล่าวเสริมว่า การจัดมหกรรมฯ ครั้งที่ 1 ที่ จ.อุดรธานี มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใน จ.อุดรธานี และใกล้เคียงเข้าร่วมมากกว่า 200 กิจการ สามารถสนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้กว่า 500 ล้านบาท ขณะที่ช่วยแนะนำแก้ไขปัญหาหนี้กว่า 40 กิจการ

นอกจากนั้น ยังได้รับความสนใจเข้าร่วมสัมมนา Workshop “ปั้น Influencer ติดตะกร้า เปลี่ยนโพสต์ธรรมดาให้ขายดี ด้วย Affiliate Tools” เพราะตอบโจทย์ช่วยเติมทักษะการสร้างรายได้ด้วยออนไลน์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างยิ่งในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ธนาคารเตรียมจะจัดงานนี้ กระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไปทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน