กระทรวงพลังงาน พักขึ้นค่าไฟบ้านใช้เกิน 400 หน่วย ลุยรีดต้นทุนระบบ-เตรียมตั้งอัตราค่าไฟกลุ่ม Data Center แยกต่างหาก หวังค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมทบทวนแนวทางปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนใหม่ หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) โดยจะชะลอแนวทางการปรับขึ้นค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วยต่อเดือนไว้ก่อน หลังมีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากว่าผู้ใช้ไฟสูงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้มีรายได้สูงเสมอไป

นายเอกนัฏกล่าวว่า แนวคิดเดิมต้องการลดค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกให้เหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยนำภาระบางส่วนไปเฉลี่ยกับผู้ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วยต่อเดือน แต่ผลการรับฟังความคิดเห็นพบว่าหลายครัวเรือนมีสมาชิกอาศัยอยู่จำนวนมาก หรืออยู่ระหว่างการปรับตัวติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ จึงอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ทำให้กระทรวงต้องกลับมาทบทวนแนวทางใหม่

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกยังคงเดินหน้าต่อ โดยจะไม่ใช้วิธีผลักภาระไปยังผู้ใช้ไฟกลุ่มอื่น แต่จะมุ่งแก้ไขต้นทุนเชิงโครงสร้างของระบบไฟฟ้าแทน ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) การลดความสูญเสียในระบบไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภาครัฐ รวมถึงการทบทวนภาระค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment : AP) ของโรงไฟฟ้า และการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าบางประเภทที่มีประสิทธิภาพต่ำ

พร้อมกันนี้ กระทรวงเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทใหม่สำหรับกลุ่ม Data Center โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงและกำลังขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะกำหนดโครงสร้างค่าไฟที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่สร้างภาระต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

“หากสามารถดำเนินการทั้ง 3 เรื่องได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระแอดเดอร์ ลดค่าความพร้อมจ่าย และจัดระเบียบต้นทุนระบบไฟฟ้า รวมถึงให้ Data Center เข้ามารับภาระต้นทุนที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้ประชาชนใช้ไฟ 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยได้ โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นค่าไฟผู้ใช้เกิน 400 หน่วย” นายเอกนัฏกล่าว

ในระหว่างนี้ อัตราค่าไฟฟ้าจะยังคงใช้โครงสร้างเดิม โดยค่าไฟเฉลี่ยงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานกำลังหารือกับหน่วยงานไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือนก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 15 ล้านครัวเรือน หรือราว 2 ใน 3 ของผู้ใช้ไฟบ้านทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยอาจเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนมิถุนายน หรืออย่างช้าไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้

ด้านปัจจัยต้นทุนเชื้อเพลิง นายเอกนัฏระบุว่า ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงจากระดับประมาณ 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เหลือราว 15 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าไฟฟ้ามีโอกาสปรับลดลงในระยะต่อไป

สำหรับการรองรับการลงทุน Data Center กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างผลักดันการเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดแบบเสรี เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียนของนักลงทุนต่างชาติ ควบคู่กับการเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า โดยกำหนดเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า ราคาดีเซลปรับลดลงมาอยู่ที่ 38.80 บาทต่อลิตร จากระดับกว่า 50 บาทในช่วงก่อนหน้า และยังมีโอกาสปรับลดลงได้อีก หากราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระหนี้ลดลงเหลือกว่า 50,000 ล้านบาท จากเดิมมากกว่า 60,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงยังอยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันในระยะยาว ทั้งแนวทางอ้างอิงราคาสิงคโปร์ การทบทวนค่าพรีเมียม และการพัฒนากลไกกำกับค่าการกลั่นให้เหมาะสม เพื่อให้ระบบราคาพลังงานของประเทศมีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้นในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน