กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยธุรกิจตั้งใหม่เดือน พ.ค. 2569 จำนวน 7,115 ราย เพิ่มขึ้น 10.24% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 6.72% จากปีก่อน ดันยอดสะสม 5 เดือนแรกอยู่ที่ 36,794 ราย คาดทั้งปีแตะ 75,000 ราย ขณะที่พ.ค.เดือนเดียวเลิกกิจการพุ่งแตะ 6.5 หมื่นล้านบาท เหตุบริษัทยักษ์ใหญ่เลิก 2 ราย

วันที่ 19 มิ.ย. 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพ.ค. 2569 ว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,115 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย. 2569 ที่มีจำนวน 6,454 ราย จำนวน 661 ราย หรือเพิ่มขึ้น 10.24% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. 2568 ที่มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,667 ราย พบว่าเพิ่มขึ้น 448 ราย หรือเพิ่มขึ้น 6.72%

อย่างไรก็ตาม ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เดือนพ.ค. 2569 อยู่ที่ 14,629 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเม.ย. 2569 ที่มีทุนจดทะเบียน 22,765 ล้านบาท จำนวน 8,136 ล้านบาท หรือลดลง 35.74% และลดลงจากเดือนพ.ค. 2568 ที่มีทุนจดทะเบียน 18,965 ล้านบาท จำนวน 4,336 ล้านบาท หรือลดลง 22.87%

สำหรับการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 หรือเดือนม.ค.-พ.ค.มีจำนวน 36,794 ราย ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีจำนวน 36,815 ราย จำนวน 21 ราย หรือลดลง 0.06%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่สะสม 5 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 95,970 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีทุนจดทะเบียน 131,027 ล้านบาท จำนวน 35,057 ล้านบาท หรือลดลง 26.76%

เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวน่าสนใจเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,055 ราย เพิ่มขึ้น 374 ราย หรือ 54.92% มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 1,574 ล้านบาท

รองลงมา คือ ธุรกิจกิจกรรมการบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น จำนวน 377 ราย เพิ่มขึ้น 209 ราย หรือ 124.40% มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 346 ล้านบาท และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 1,744 ราย เพิ่มขึ้น 207 ราย หรือ 13.47% มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 2,873 ล้านบาท

ด้านการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนพ.ค. 2569 มีจำนวน 1,047 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย. 2569 ที่มีจำนวน 981 ราย จำนวน 66 ราย หรือเพิ่มขึ้น 6.73% และเพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. 2568 ที่มีจำนวน 855 ราย จำนวน 192 ราย หรือเพิ่มขึ้น 22.46%

มีนิติบุคคล 2 รายเดือนพ.ค. 2569 อยู่ที่ 65,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย. 2569 ที่มีทุนจดทะเบียนเลิก 5,214 ล้านบาท จำนวน 60,578 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,162% และเพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. 2568 ที่มีทุนจดทะเบียนเลิก 4,150 ล้านบาท จำนวน 61,642 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,485%

ทั้งนี้ ในเดือนพ.ค. 2569 มีนิติบุคคล 2 รายที่มีทุนจดทะเบียนเลิกเกิน 1,000 ล้านบาท รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกทั้งสิ้น 62,000 ล้านบาท ได้แก่ บริษัท สิริวนันต์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 50,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัท เซ็นทรัลแอมบาสซีโฮเต็ล จำกัด ทุนจดทะเบียน 12,000 ล้านบาท

สำหรับการจดทะเบียนเลิกช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีจำนวน 5,264 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีจำนวน 4,776 ราย จำนวน 488 ราย หรือเพิ่มขึ้น 10.22%

ส่วนทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 5 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 92,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีมูลค่า 20,140 ล้านบาท จำนวน 71,909 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 357%

ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 2569 พบว่า ประเทศไทยมีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,086,871 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.27 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 998,439 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.69 ล้านล้านบาท

แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 797,289 ราย คิดเป็น 79.85% ของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.70 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 199,638 ราย คิดเป็น 20% ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,512 ราย คิดเป็น 0.15% ทุนจดทะเบียนรวม 5.56 ล้านล้านบาท

สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ จำนวน 543,673 ราย ทุนจดทะเบียน 13.86 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.45% ของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก จำนวน 326,950 ราย ทุนจดทะเบียน 2.60 ล้านล้านบาท คิดเป็น 32.75% และกลุ่มผลิต จำนวน 127,816 ราย ทุนจดทะเบียน 7.23 ล้านล้านบาท คิดเป็น 12.80%

นายพูนพงษ์ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนที่เหลือของปี 2569 คาดว่าการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 40,000 ราย และไม่น่าจะต่ำกว่านี้ ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีมีโอกาสอยู่ที่ประมาณ 75,000 ราย

ขณะที่โครงการไทยช่วยไทย มองว่าไม่ได้มีผลต่อการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่มากนัก รวมถึงไม่ได้มีผลต่อการจดทะเบียนเลิกธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้จำนวนธุรกิจตั้งใหม่ในเดือนพ.ค. และกลุ่มธุรกิจบางประเภทจะยังขยายตัว แต่ทุนจดทะเบียนใหม่ยังลดลง ขณะที่ทุนจดทะเบียนเลิกเพิ่มสูงจากกรณีบริษัททุนขนาดใหญ่ ทำให้ต้องติดตามทิศทางการจัดตั้งและเลิกกิจการในช่วงครึ่งหลังของปีอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน