สมอ.ถกมาตรฐานเหล็กใหม่ พรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) คุมเข้มคุณภาพโรงงาน ส่อยืดเยื้อ เตรียมมาตรการ Smooth Landing ขี้ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล
รายงานข่าวแจ้งว่า พรุ่งนี้ (23 มิ.ย.2569) คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) จะมีการประชุมรายงานความคืบหน้าการปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย ที่มีการถกเถียงเรื่องคุณภาพการผลิตเหล็กจากเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace หรือ IF) ซึ่งต้องมีการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทุกฝ่าย
ทั้งนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงร่าง มอก. เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อยให้มีความเหมาะสม ก่อนพิจารณาเป็นมาตรฐานใหม่ให้มีผลบังคับใช้ ยังไม่ได้เป็นการรับรองร่างมาตรฐานดังกล่าวแต่อย่างใด
ขณะนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อยู่ระหว่างการปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของคุณภาพและการควบคุมมาตรฐานระหว่างโรงงานระบบเตาหลอมอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากำลังสูง (Electric Arc Furnace หรือ EF) และ IF ท่ามกลางข้อขัดแย้งของสองฝั่งผู้ประกอบการที่ยังหาข้อยุติร่วมกันได้ยาก
“กระบวนการประกาศใช้มาตรฐานใหม่นี้ยังต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายขั้น และคาดว่าอาจจะยังไม่นิ่งในเร็วๆ นี้ เนื่องจากมีความขัดแย้งระหว่างสมาคมและสภาที่ดูแลกลุ่มผู้ผลิตแต่ละฝ่าย ซึ่งมีบทบาททับซ้อนในการเป็นคณะกรรมการวิชาการด้วย เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ เพราะเป็นการออกกฎหมายที่กระทบสิทธิ์ผู้ประกอบการ การจะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับและเข้าใจตรงกันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลา“
โดยขั้นตอนตามกฎหมาย (พ.ร.บ.มาตรฐาน) กำหนดว่าหลังจากผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการวิชาการ (กว.) แล้ว จะต้องผ่านการพิจารณาของ กมอ. ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้คัดค้าน หากมีการแก้ไขสาระสำคัญก็ต้องวนกลับไปเริ่มต้นใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงขั้นเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพิจารณาโดยกฤษฎีกาเพื่อออกกฎกระทรวงบังคับใช้
ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันว่ามาตรฐานเหล็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งใช้มานานกว่า 10 ปี เริ่มแสดงให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในการผลิต โดยเฉพาะข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพเหล็กจากโรงงานระบบ IF ที่พบว่าหลังได้รับการอนุญาตมาตรฐานไปแล้ว ผลการทดสอบภายหลังมักมีความไม่คงที่หรือ “สวิง” และบางรายมีการตกมาตรฐาน
เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและปลอดภัยต่อสาธารณะ สมอ. จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงมาตรฐานให้เข้มงวดขึ้น โดยจะเน้นไปที่การควบคุมระบบคุณภาพของโรงงานให้ชัดเจนขึ้น หากโรงงานใดไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นได้ ก็จะไม่ผ่านการอนุญาตมาตรฐาน
ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานระบบ IF อยู่ประมาณ 11-12 แห่ง ซึ่งมักถูกสังคมเหมารวมกับกรณีปัญหาของบางบริษัทที่เป็นข่าว (เช่น ซิน เคอ หยวน) ทั้งที่ในข้อเท็จจริงยังมีโรงงาน IF บางส่วนที่พยายามรักษามาตรฐานและผ่านการตรวจสอบมาได้
ด้านนโยบายระดับกระทรวง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรมต้องการให้เกิดการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือ Smooth Landing โดยมีการพูดถึงกรอบเวลาประมาณ 3 ปี สำหรับการเปลี่ยนผ่านหรือปรับปรุงระบบของกลุ่มโรงงาน IF เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นคนไทยที่เข้ามาลงทุนตามนโยบายรัฐในอดีต การจะยกเลิกหรือขับไล่ในทันทีจึงไม่สามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจมีการเขียนข้อกำหนดเพิ่มเติมในกฎกระทรวง เพื่อให้กลุ่มโรงงาน IF ต้องค่อยๆ ลดบทบาท หรือปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตเพื่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของสาธารณะ