“ฐาปนีย์” ชูแคมเปญเสน่ห์ไทยสร้างแรงบันดาลใจให้ออกเดินทางจริงทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมกว่า 77 จังหวัด ถ่ายทอดเสน่ห์อาหาร วัฒนธรรม ชุมชน และประสบการณ์ท้องถิ่น หวังรักษาอัตราการขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวในประเทศช่วงครึ่งปีหลัง

วันที่ 22 มิ.ย. 2569 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าททท.ได้เปิดตัวแคมเปญ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” ซึ่งเป็นการต่อยอดการทำโกลบอลแคมเปญที่เป็นกระแสไวรัลการนำเสนอเสน่ห์ไทยในมุมมองร่วมสมัย และพลังอิทธิพลของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ศิลปินไทยระดับโลก ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ภายใต้แคมเปญ “Feel All the Feelings” สู่การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริง

โดยแคมเปญ เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความรู้สึกและประสบการณ์ที่หลากหลายของประเทศไทย ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยสำนักงาน ททท. ทั้ง 45 แห่งทั่วประเทศ และศูนย์ประสานงานอีก 2 แห่ง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่ากิจกรรมภายใต้โครงการจะรวบรวมเสน่ห์ของประเทศไทยในทุกมิติ ทั้งด้านอาหาร เทศกาล แหล่งท่องเที่ยว สินค้าท้องถิ่นที่เป็นของต้องซื้อ รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงประสบการณ์ที่แตกต่างและเกิดความประทับใจจากการเดินทางจริง

นอกจากการจัดกิจกรรมในพื้นที่แล้ว ททท. ยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการแบ่งปันประสบการณ์และความรู้สึกที่มีต่อสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด ผ่านเว็บไซต์และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาคัดกรองและต่อยอดเป็นฐานข้อมูลด้านอารมณ์ความรู้สึกของนักท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่

“เราอยากรู้ว่าคนไทยรู้สึกอย่างไรกับแต่ละจังหวัด อยากไปที่ไหน และอยากมีประสบการณ์แบบใด เพื่อให้สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นกิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้มากขึ้น” นางสาวฐาปนีย์กล่าว

ผู้ว่าการ ททท. ยอมรับว่า ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีนี้คือการรักษาระดับรายได้และการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนการเดินทาง และราคาพลังงานที่ยังคงผันผวน อย่างไรก็ตาม ททท. เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ

โดยกิจกรรมต่าง ๆ จะทยอยจัดขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย. – ก.ย. 2569 และจะมีการต่อยอดผลลัพธ์จากความคิดเห็นและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวไปสู่กิจกรรมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวภายในประเทศมีจำนวนการเดินทางประมาณ 202.8 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ราว 1.17 ล้านล้านบาท ดังนั้นเป้าหมายสำคัญของโครงการในปีนี้คือการรักษาระดับการเดินทางให้ไม่ต่ำกว่าปีก่อน และผลักดันให้รายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศเติบโตสูงกว่าระดับ 1.17 ล้านล้านบาท

“ความท้าทายของเราคือการทำให้การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา หรือมากกว่า 202.8 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้ให้สูงกว่าระดับ 1.17 ล้านล้านบาท”

อย่า่งไรก็ดี นางสาวฐาปนีย์ กล่าวย้ำว่าแนวคิดและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะทยอยจัดขึ้นไม่ได้เกิดจากการกำหนดนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการระดมความคิดเห็นของผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ทั่วประเทศ ผู้ประกอบการ และเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อค้นหาเสน่ห์ที่แท้จริงของแต่ละจังหวัด

เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน นำเสนอเสน่ห์ด้านประเพณี วัฒนธรรม และความศรัทธา ผ่านกิจกรรมใน 20 จังหวัด โดยมีไฮไลต์สำคัญที่จังหวัดบึงกาฬ อาทิ กิจกรรมบริเวณถ้ำนาคา ซึ่งสะท้อนความเชื่อ ความศรัทธา และการเดินทางเพื่อค้นหาพลังใจและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

โดยเตรียมส่งมอบประสบการณ์ “5 Feeling of Isan : สัมผัสอีสานผ่านประสบการณ์ 5 Senses” โดยนำเสนอกิจกรรมไฮไลต์ Feel All The Feelings @Udon Thani-Nong Khai-Bueng Kan “NAKA ART 2026 นาคาโชว์ พ(ร)าว : NAKA SOUL PROUD” เทศกาลสร้างสรรค์ลุ่มน้ำโขงที่รวบรวมศิลปิน ชุมชน ผู้ประกอบการด้านงานคราฟต์ อาหาร ดนตรี และการท่องเที่ยวจากจังหวัดอุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว “พญานาคแห่งลุ่มน้ำโขง” ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย ในวันที่ 24-26 ก.ค. 2569 ณ ถนนคนเดินริมน้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ

ด้านภาคใต้ มุ่งนำเสนอความหลากหลายของอาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมในหลายจังหวัด ทั้งนครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ สงขลา และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีทั้งเทศกาลอาหาร งานศิลปวัฒนธรรม การแสดงแสงสีสมัยใหม่ และกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสะท้อนความงดงามและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภาคใต้

สัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมบาบ๋า-เพอรานากัน กับกิจกรรม Feel All The Feelings @Phuket : Illuminating Peranakan-Where Heritage Comes Alive in Light โดยนำเทคโนโลยี Projection Mapping มาถ่ายทอดเรื่องราวบนอาคารประวัติศาสตร์ในย่านเมืองเก่า ผสานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากกิจกรรมไฮไลต์ของแต่ละภูมิภาคแล้ว ยังมีกิจกรรมอีกมากมายทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักตลอดช่วง Green Season ในวันที่ 23–29 ส.ค. 2569 ณ ย่านเมืองเก่า จังหวัดภูเก็ต

ขณะที่ภาคกลางชูจุดแข็งด้านความสะดวกในการเดินทางและความหลากหลายของประสบการณ์ ภายใต้ “เที่ยวใกล้บ้าน @ภาคกลาง” กับหลากหลายเส้นทางท่องเที่ยว อาทิ เส้นทาง Green Heart Tourism ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.-31 ส.ค. 2569 และกิจกรรมไฮไลต์ Feel All The Feelings @Kanchanaburi “KaengPa & Coffee” ภายใต้แนวคิด “เมื่อกาแฟโดนแกง” ที่นำแกงป่าเมืองกาญจน์อันเข้มข้นมาจับคู่กับกาแฟ Specialty จากบาริสต้าชั้นนำ สร้างมิติใหม่ของรสชาติที่ทั้งแปลกใหม่ น่าค้นหา และสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ในวันที่ 17-19 ก.ค. 2569 ณ บริเวณ Skywalk จังหวัดกาญจนบุรี

ภาคตะวันออกนำเสนอเสน่ห์ผ่านแนวคิด “ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นประสบการณ์” โดยมีไฮไลต์ที่จังหวัดจันทบุรี ผ่านกิจกรรม Feel All The Feelings @Chanthaburi “จันท์ อวด ดี² : เปิดพื้นที่อวดเมือง ส่งมอบความสุขยกกำลัง 2” สัมผัสสุขในทุกมุมของชุมชนริมน้ำจันทบูร โชว์ศักยภาพธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ด้านอาหาร ในวันที่ 10-12 ก.ค. 2569 ณ ถนนคนเดินริมน้ำจันทบูร จังหวัดจันทบุรี

ส่วนภาคเหนือเน้นนำเสนออารมณ์ความรู้สึกผ่านศิลปะ ดนตรี อาหาร และวัฒนธรรมร่วมสมัย ชวน “สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวคุณภาพได้อย่างยั่งยืนในทุกฤดูกาล ตัวอย่างกิจกรรมไฮไลต์ Feel All The Feelings @Mae Hong Son : Rainy Charm สัมผัส 3 สุข (สุขกาย สุขใจ และสุขภาพดี) ท่ามกลางเสน่ห์สายฝนแม่ฮ่องสอน กับเทศกาลดนตรี Pai Jazz & Blues Festival ในวันที่ 3-5 ก.ค. 2569 ณ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน