สหพัฒน์ ประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2569 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงและคาดการณ์ได้ยาก ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังอ่อนแรง กดดันตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคและแฟชั่นแข่งขันรุนแรงขึ้น ชี้ธุรกิจต้องเร่งใช้นวัตกรรม ขยายช่องทางออนไลน์ และสร้างความแตกต่างเพื่อรักษาการเติบโต พร้อมเดินหน้าจัดงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ระดมสินค้ากว่า 1,000 รายการตรึงราคาช่วยลดค่าครองชีพประชาชน คาดดึงผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่า 500,000 คน

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” สะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูงและคาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูงและคาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

“ตลอดช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างมาก บางช่วงส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่บางช่วงกลับชะลอลง ทำให้การประเมินแนวโน้มในระยะยาวเป็นเรื่องยาก และเป็นความท้าทายสำคัญของภาคเอกชนในปัจจุบัน”

นายธรรมรัตน์ ยังกล่าวถึงกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยยอมรับว่ายังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่เผชิญการแข่งขันรุนแรงขึ้น ท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อรักษายอดขายและส่วนแบ่งตลาด

สำหรับกลุ่มธุรกิจแฟชั่น มองว่าปีนี้ยังมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods) ต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น โดยแต่ละบริษัทจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์ใหม่ ทั้งการจัดโปรโมชั่น การสร้างนวัตกรรมสินค้า และการขยายฐานลูกค้า เพื่อผลักดันการเติบโตในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม นายธรรมรัตน์ยังเชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมโดยรวมมีโอกาสเติบโต แม้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ แต่การเติบโตจะขึ้นอยู่กับศักยภาพและกลยุทธ์ของแต่ละองค์กรในการตอบโจทย์ผู้บริโภคและสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซ ซึ่งยังขยายตัวต่อเนื่องและกลายเป็นช่องทางหลักของหลายธุรกิจ โดยสัดส่วนรายได้จากการขายผ่านออนไลน์ของแต่ละบริษัทในเครือสหพัฒน์มีความแตกต่างกัน บางบริษัทมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บางแห่งยังอยู่ในระดับประมาณ 10% ของรายได้รวม

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทย” นายธรรมรัตน์มองว่าสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายได้ในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง แต่ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่ไม่ได้รับอานิสงส์อย่างทั่วถึง สะท้อนว่าผลของมาตรการยังไม่กระจายตัวครอบคลุมทั้งระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ มองว่ารัฐบาลดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังสามารถออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภคและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนได้อีกในระยะต่อไป

นายธรรมรัตน์ ยังกล่าวถึงในส่วนของการลงทุนของกลุ่มทุนจีนในไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเครือสหพัฒน์ เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีความร่วมมือกับพันธมิตรจีนในหลายด้าน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนร่วม ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยมากกว่าความเสี่ยง

นายธรรมรัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนและกำลังซื้อที่เปราะบาง แต่ภาคธุรกิจยังสามารถสร้างการเติบโตได้ หากปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ใช้นวัตกรรม และขยายช่องทางการขายให้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ เครือสหพัฒน์ ได้จัดงาน ‘สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ไปด้วยกันนะ’ ระดมสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 รายการ จากบริษัทในเครือกว่า 100 แห่ง ตรึงราคาสวนภาวะเศรษฐกิจเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ผ่านการลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรรวม 20 โครงการ ซึ่งมากที่สุดในรอบ 30 ปี ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การค้าและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาระบบนิเวศการค้าดิจิทัล การส่งเสริมสุขภาพ การพัฒนาเมืองและอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนธุรกิจไลฟ์สไตล์

สำหรับแบรนด์ที่ร่วมในงาน อาทิ มาม่า ฟาร์มเฮ้าส์ บีเอสซี วาโก้ เอราวอน ลาคอสต์ เปา ซื่อสัตย์ ซิสเท็มมา โชกุบุสซึ โคโดโม เวลแคร์ พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษและสิทธิประโยชน์จากสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ กสิกรไทย ทีทีบี กรุงศรีอยุธยา เฟิร์สช้อยส์ กรุงเทพ ยูโอบี และ ICBC นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ ShopeePay ชำระค่าสินค้าพร้อมรับส่วนลดพิเศษและเงินคืน อีกทั้งยังคืนกำไรด้วยโซน Fest Space ที่ให้ผู้บริโภคนำใบเสร็จมาร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล ซึ่งมีทั้งโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์จากเครือสหพัฒน์ ซึ่งงานจัดขึ้นตลอด 4 วัน ตั้งแต่ 25-28 มิ.ย.นี้ ที่ฮอลล์ 98-100 ไบเทค บางนา

ในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงาน คาดว่าจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 500,000 คน ใกล้เคียงกับการจัดงานปีก่อน โดยหากสามารถรักษาระดับผู้เข้าชมได้ใกล้เคียงเดิมก็ถือเป็นความสำเร็จที่น่าพอใจแล้วภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน