คมนาคม จ่อผุด เรือนักเรียน เรือแท็กซี่ ฝ่ารถติดกรุง ปลุกท่องเที่ยวทางน้ำ เชื่อมขนส่งสาธารณะ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เล็งปักหมุดจุดเริ่มต้นสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าวันนี้(25มิ.ย.) ได้เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการพัฒนาโครงการนำร่องเรือนักเรียน (School Boat) และเรือแท็กซี่ส่งเสริมการท่องเที่ยว (Taxi Boat) เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา พร้อมบรรเทาวิกฤติจราจรทางบกให้กับประชาชน
โดยมี นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิระเดช กรุณกฤตกุล รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากบริษัทกรุงเทพธนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม
กรุงเทพมหานครในอดีต ถือเป็นเมืองที่เติบโตและขับเคลื่อนความเจริญผ่านเครือข่ายทางน้ำเป็นหลัก แต่ด้วยบริบทเมืองที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ถนนที่ตัดเข้าสู่ชุมชนริมคลองส่วนใหญ่คับแคบ รถยนต์ไม่สามารถสวนทางกันได้อย่างสะดวก ส่งผลให้นักเรียนและประชาชนต้องเผชิญวิกฤตจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน
ทั้งยังขาดความคล่องตัวในการเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลัก และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ถนนร่วมกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักเรียนและผู้ปกครองทั้งเรื่องระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้คุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการเรียนรู้ลดลง
กระทรวงคมนาคมจึงได้ขับเคลื่อนโครงการนำร่องในพื้นที่คลองภาษีเจริญ และโครงข่ายเชื่อมโยงผ่าน 2 โครงการ ได้แก่
1. โครงการ School Boat (เรือนักเรียน) เพื่อพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำให้เป็นทางเลือกในการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และยั่งยืน
โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักเรียนในพื้นที่ซึ่งมีสถานศึกษามากถึง 16 แห่ง และในอดีตเคยเป็นผู้ใช้บริการเรือโดยสารของกรุงเทพมหานครในเส้นทางคลองภาษีเจริญ ทั้งนี้ มีแนวคิดที่จะนำกองเรือเดิมของกรุงเทพมหานครที่เคยให้บริการมาปรับปรุงและพัฒนา เพื่อรองรับการดำเนินโครงการนำร่องดังกล่าว
2. โครงการ Taxi Boat (เรือแท็กซี่ส่งเสริมการท่องเที่ยว) ทางเลือกใหม่ในการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (ล้อ – ราง – เรือ) โดยมีจุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า เชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง อาทิ วัดปากน้ำภาษีเจริญ สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ ตลาดพลู และตลาดน้ำคลองบางหลวง
ทั้งนี้ ที่ประชุมจะเร่งศึกษาความต้องการของประชาชน และความเป็นไปได้ของโครงการในเชิงลึก เพื่อนำข้อมูลมาประเมินร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง โดยจะวางแผนเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเส้นทาง ตารางเวลา และระบบความปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนโครงการนำร่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมขยายผลไปยังโครงข่ายคูคลองเส้นทางอื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อฟื้นฟูระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำให้กลับมาเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย และยั่งยืนต่อไปในอนาคต