กระทรวงพลังงาน ดึง “กล้วยม้วน-สแนคบาร์” จ.ระยอง ร่วมแคมเปญ “กินพี่ แล้วหมีหนาว” หนุน “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” สร้างมูลค่าเพิ่มสู่หมวดสินค้ารักษ์โลก

นายไพรัช เพชรล้ำ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน เปิดเผยว่ามีความตั้งใจที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าและสร้างความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้กับชุมชน

กระทรวงพลังงานได้พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมกระบวนการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ จากวิสาหกิจชุมชนเกาะกก และผลิตภัณฑ์กล้วยม้วน จากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรหนองกระบอก จังหวัดระยอง ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองมีความโดดเด่นจนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐาน “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” ของกระทรวงและพร้อมจะไปต่อในฐานะสินค้ารักษ์โลก ต่อไป

สำหรับผลิตภัณฑ์แรก คือ กล้วยม้วน จากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรหนองกระบอก การันตีคุณภาพด้วยเครื่องหมายมาตรฐาน OTOP GMP และ อย. ความโดดเด่นของกลุ่มนี้คือได้รับการสนับสนุนตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับตากผลิตภัณฑ์ และใช้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับห้องทำความเย็น

ทำให้การใช้พลังงาน (SEC) ต่ำเพียง 0.71 เมกะจูลต่อกิโลกรัม ซึ่งประหยัดพลังงานกว่าผลิตภัณฑ์ตากแห้งแบบทั่วไปถึง 88% และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 0.05 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อกิโลกรัม หรือเทียบได้ว่า 1 ห่อ จะปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันถึง 59%

สำหรับการจัดการของเสีย ทางกลุ่มได้นำเปลือกผลไม้ไปเลี้ยงวัวหรือทำปุ๋ย และมีการคัดแยกขยะพลาสติก ขวด และกระป๋อง เพื่อนำไปขายสร้างรายได้หมุนเวียน ซึ่งปัจจุบันกล้วยม้วนรักษ์โลกนี้มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าในเครือ Shell และสามารถสั่งซื้อทาง Line ป้าละออ https://line.me/ti/p/6Go2p7ZB09 หรือโทร 0871279422

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่สอง คือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ (Rice Me) จากวิสาหกิจชุมชนเกาะกก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน OTOP 5 ดาว มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากกระทรวงอุตสาหกรรม และ อย. ในด้านการใช้พลังงาน

ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์และระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ส่งผลให้มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (SEC) เพียง 0.81 เมกะจูลต่อกิโลกรัม

ประหยัดพลังงานกว่าผลิตภัณฑ์อบแห้งทั่วไปถึง 82 % และปล่อยคาร์บอนได้เพียง 0.04 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อกิโลกรัม หรือเทียบได้ว่า 1 ห่อ จะปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันถึง 83%

ในด้านการจัดการของเสีย ทางกลุ่มได้นำเศษอาหารและเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ โดยปัจจุบันสินค้ากำลังอยู่ระหว่างขยายช่องทางจำหน่ายไปยังสถานีบริการน้ำมัน และสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เช่น ร้านไทยเด็ด ThailandPostMart หรือ Line ของวิสาหกิจชุมชนเกาะกก https://line.me/R/ti/p/@221vefjb

นายไพรัช กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันการเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน ไม่ใช่แค่การได้อุดหนุนของอร่อยจากชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดรายจ่ายสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่ายกระดับการเป็นสินค้ารักษ์โลกด้วย ซึ่งได้มีการเพิ่มช่องทางจำหน่ายช่วยชุมชน ในร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมันที่เป็นผู้ค้าน้ำมัน ม.7 ภายใต้แคมเปญ “กินพี่ แล้วหมีหนาว”

“แคมเปญนี้เป็นแคมเปญที่เราตั้งใจใช้สื่อสารยกระดับสินค้าชุมชนให้มีความสนุก ทันสมัย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ๆ มากขึ้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงอยากเชิญชวนทุกคนร่วมกันอุดหนุนสินค้าชุมชนในแบรนด์กระทรวงพลังงาน ให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน