สมาคมกุ้งไทยพร้อมพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง เดินสายหามาตรการแก้ไขปัญหากุ้งไทยเร่งด่วน พร้อมดันแผนปฏิบัติกุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ เสริมแกร่งเกษตรกรไทย – ดันส่งออก
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และคณะ ได้นำหนังสือเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กมธ.อว. – สส.ระนอง สส.สุราษฎร์ฯ – รองปลัดสำนักนายก เพื่อ ขอความอนุเคราะห์พิจารณาผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งผลักดัน แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573
นายเอกพจน์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อเนื่องกว่า 10 ปี เป็นผู้นำ อันดับหนึ่งในการผลิตและการส่งออกกุ้งของโลก โดยในช่วงสูงสุดของประเทศไทยมีผลผลิตมากกว่า 640,000 ตัน ในปี 2553 และมีมูลค่าส่งออกสูงกว่า 110,000 ล้านบาท ในปี 2554 ช่วยจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกว่า 2 ล้านคน และเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ กว่า 90% เป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
แต่หลังจากเกิดวิกฤตโรคตายด่วนตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยได้รับผลกระทบอย่าง รุนแรง ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งไทยลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ปริมาณ 270,000-280,000 ตัน มูลค่าการส่งออกคงเหลือประมาณ 40,000 ล้านบาท สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการส่งออกกุ้งตลอด 13 ปี รวมกว่า 750,000 ล้านบาท อยู่ในภาวะถดถอย ในขณะ ที่ประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เอกวาดอร์ อินเดีย สามารถเพิ่มกำลังการผลิตและขยายส่วนแบ่งตลาดในตลาดนำเข้าแทบทุกตลาด อย่างต่อเนื่อง
“ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง คือ เรื่องโรค ได้แก่ ตัวแดงดวงขาว โรคตายด่วน ขี้ขาว และหัวเหลือง ทำให้การ เลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ และเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง ไม่สามารถแข่งขันได้ ปริมาณผลผลิตกุ้งที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูป ไม่สามารถผลิตและรับคำสั่งซื้อได้เต็มศักยภาพ การซื้อวัตถุดิบของห้องเย็นเฉพาะขนาดที่ต้องการ เกษตรกรต้องเลี้ยงได้ขนาด ในขณะที่ราคากุ้งในประเทศต่ำลง” นายเอกพจน์ กล่าว
นายเอกพจน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกร ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม รวมถึงการรวมตัว 19 องค์กร และดำเนินการในนาม “พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย” ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการดำเนินมาตรการแก้ปัญหาอุตสาหกรรม กุ้งไทยอย่างเร่งด่วน เสนอต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า) ในฐานะประธานคณะ กรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ในขณะนั้น
ซึ่งได้สั่งการให้กรมประมง จัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573 จัดทำโครงการ/กิจกรรมภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ซึ่งประกอบด้วย 11 มาตรการ 38 กิจกรรม วงเงินงบประมาณประมาณ 5,537 ล้านบาท มั่นใจว่า (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ฉบับดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยเผชิญอยู่ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ และจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมกุ้งทุกภาคส่วนได้ทันที
สมาคมกุ้งไทยสนับสนุนการดำเนินโครงการศูนย์กลางองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินการโดยได้รับงบประมาณสนับสนุน จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับกิจกรรมตาม (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ตามที่กรม ประมงได้มีการนำเสนอมาก่อนหน้า เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถฟื้นตัว และเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพเพื่อเป็นวัตถุดิบเข้า โรงงาน 400,000 ตันตามเป้า และลดต้นทุนการผลิตให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดโลกได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ ทางกลุ่มได้เดินทางเข้าพบนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ระนอง เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือและเร่งเจรจาแก้ไขปัญหา มาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย จากนั้นเดินทางต่อไปพบกับนางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สุราษฎร์ธานี
หลังจากทางการประเทศมาเลเซียได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้า สินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมาส่งผลกระทบต่อการส่งออก ประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของ การส่งออกของไทย
“ทางสมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงเรียกร้องขอรัฐบาลนายกอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 แก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยให้มีการเจรจาผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน และให้กระทรวงเกษตร เร่งกำหนดวิธีการตรวจสอบ และการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร สำหรับการนำเข้าปลากระพงมาเลเซียอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า” นายเอกพจน์ กล่าว
พร้อมกันนี้ทางสมาคม และพันธมิตรกุ้งไทย ได้เดินทางเข้าพบ นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้แทนในการพบสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้แทน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกรมประมง เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ซึ่งทางรองปลัดรับจะสรุปผลการหารือ เสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการทั้งเรื่อง การผลักดันวาระแห่งชาติ การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และประเด็นอื่น ๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบต่อไป