สศอ. ประเมิน ไทยช่วยไทยพลัส หนุนภาคอุตสาหกรรม 1.3-1.6% ลดแรงกระทบตะวันออกกลาง ด้าน MPI เดือนพ.ค.2569 อยู่ที่ 101.18 หดตัว 0.80%

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่าได้วิเคราะห์ผลกระทบของโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อภาคอุตสาหกรรมไทย คาดว่าจะมีส่วนช่วยเพิ่มแรงหนุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือจีดีพี (GDP) ภาคอุตสาหกรรม และลดผลกระทบเชิงลบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

“กรณีที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยเพิ่มผลต่อ GDP ภาคอุตสาหกรรมได้ประมาณ 1.3% แต่หากสถานการณ์คลี่คลายจะช่วยเพิ่มผลต่อ GDP ภาคอุตสาหกรรมได้ประมาณ 1.6% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย และบรรจุภัณฑ์”

สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือเอ็มพีไอ (MPI) เดือนพ.ค.2569 อยู่ที่ระดับ 101.18 หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.80% โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 59.64% สาเหตุหลักมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หดตัว
8.68% จากตลาดในประเทศและตลาดส่งออกที่ชะลอตัว

ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น กดดันกำลังซื้อของภาคครัวเรือน รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังกดดันต้นทุนการผลิต และความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 84.7 จาก 85.3 ในเดือนก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงสนับสนุนสำคัญจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและเสริมกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชน ส่งผลดีต่อภาคการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

ตลอดจนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาขยายตัว ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง กุ้งแช่แข็ง ผลไม้กระป๋อง และรองเท้าผ้าใบ

นายศุภกิจ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนมิ.ย.2569 ยังคงมีสัญญาณเฝ้าระวังต่อเนื่อง จากปัจจัยในประเทศเรื่องการชะลอตัวของการลงทุนในหมวดยานพาหนะ และความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ลดลง จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น

ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังต้องติดตามภาคการผลิตของประเทศเศรษฐกิจหลักมีแนวโน้มชะลอตัว ภาคการผลิตของสหรัฐยังคงหดตัวจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับสหภาพยุโรปที่ส่งสัญญาณเฝ้าระวังจากการหดตัวของภาคการผลิตในหลายประเทศ และภูมิภาคอาเซียนยังมีข้อกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การส่งออกของจีนที่ยังขยายตัวได้อาจแสดงถึงแนวโน้มของการเริ่มฟื้นตัวของการค้าโลก

อย่างไรก็ตาม จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเสนอแนวทางสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้ปรับตัว และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน