ททท. เปิดตัว Thailand Health Excellence 2026 ภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of Global Healing” เดินหน้ายุทธศาสตร์ยกระดับประเทศไทยสู่ Global Health & Healing Destination ผ่านจุดแข็งด้านการแพทย์ เวลเนสบนฐานวิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย พร้อมเปิดตัว 10 Signature Health Journeys, Thailand Surf Therapy

ททท.เปลี่ยนเกมท่องเที่ยว จากแข่งขันด้านปริมาณ สู่การสร้าง “คุณค่าประสบการณ์” ดันไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยในพิธีเปิดงาน Thailand Health Excellence 2026 ภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of Global Healing” ว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “สุขภาพ” กลายเป็นคุณค่าที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญสูงสุด ส่งผลให้รูปแบบการเดินทางเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน ไปสู่การเดินทางเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ป้องกันโรค และยกระดับคุณภาพชีวิต

ททท.จึงเดินหน้ายุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Health & Healing Destination โดยบูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการแพทย์ สถาบันวิชาการ และผู้ประกอบการด้านสุขภาพ เพื่อสร้างระบบนิเวศด้าน Health & Healing ที่เชื่อมโยงการป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู และการเยียวยาอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury”

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไปจะไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของประสบการณ์” ที่นักท่องเที่ยวได้รับ โดยประเทศไทยมีจุดแข็งจากการผสาน Medical Excellence, Science-Based Wellness และ Science-Based Local Wisdom เข้ากับธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการแบบไทย จนเกิดเป็นระบบนิเวศด้านสุขภาพที่มีความโดดเด่นในระดับสากล

เปิดตัว 10 Signature Health Journeys ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว 10 Signature Health Journeys ซึ่งออกแบบเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลโรคเฉพาะทาง การฟื้นฟูหลังการรักษา การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน ไปจนถึงการสร้างคุณภาพชีวิตและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ สะท้อนแนวคิดการเชื่อมโยงการรักษา การฟื้นฟู และการเยียวยาเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว Thailand Surf Therapy – The Wave of Healing โครงการ Science-Based Wellness ครั้งแรกของประเทศไทย โดยนำองค์ความรู้ Surf Therapy ระดับนานาชาติมาประยุกต์ใช้กับการท่องเที่ยวไทย ผ่านความร่วมมือกับ Waves for Change ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะทางอารมณ์ พร้อมพัฒนาจังหวัดพังงาเป็นพื้นที่ต้นแบบ

ขณะเดียวกัน ยังมีการนำเสนอ ศูนย์แพทย์แผนไทยศิริราชสัปปายสถาน ในฐานะต้นแบบของการประยุกต์ภูมิปัญญาไทยบนพื้นฐานของงานวิจัยและหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่บริการสุขภาพระดับสากล

เวลเนสโลกโตต่อเนื่อง ไทยมีศักยภาพก้าวสู่ศูนย์กลาง Longevity Innovation

ผศ.นพ.จิรยศ จินตนาดิลก อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และเวชศาสตร์การนอนหลับ ผู้ผลักดันแนวคิด Healthy Aging และ Science-Based Wellness เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า แนวคิดด้านเวลเนสในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่เป็นบริการเสริมด้านสุขภาพ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการแพทย์สมัยใหม่ โดยเป้าหมายคือ “Adding Life to Years” หรือการเพิ่มคุณภาพชีวิตในทุกปีของการมีชีวิต มากกว่าการเพิ่มเพียงจำนวนปีของชีวิต

ปัจจุบันเศรษฐกิจเวลเนสโลกมีมูลค่าประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับประมาณ 9 ของเอเชีย-แปซิฟิก และอยู่ใน 25 อันดับแรกของโลก

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้อยู่ที่การมีบริการเวลเนสเท่านั้น แต่ต้องยกระดับสู่ Science-based Wellness ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัย การประเมินสุขภาพ ผลลัพธ์ทางการแพทย์ และการออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผศ.นพ.จิรยศ กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการแพทย์ที่สามารถแข่งขันกับประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยีการตรวจพันธุกรรม การตรวจระดับโมเลกุล รวมถึงความโดดเด่นด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน และการบริการที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

สำหรับโรงพยาบาลเมดพาร์ค ได้มีการพัฒนา Brain Health Program และโครงการ Wellness Day and Night เพื่อเชื่อมโยงการรักษากับระบบเวลเนส โดยใช้ทีมสหสาขาวิชาชีพออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การประเมินภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้น การตรวจคัดกรองโรค การกระตุ้นสมอง ไปจนถึงการป้องกันภาวะเสียชีวิตเฉียบพลัน

อย่างไรก็ดีจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย คือ การมีโรงพยาบาลที่ผ่านมาตรฐาน JCI จำนวนมาก งานวิจัยรองรับ และมาตรฐานการบริการที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง Medical Wellness และ Longevity Innovation ของโลก

ศิริราชชู Hospital-based Medical Wellness ยกระดับแพทย์แผนไทยสู่มาตรฐานสากล

รศ.ดร.นพ.ประวิทย์ อัครเสรีนนท์ รองหัวหน้าสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าศูนย์ประสานงานด้านการแพทย์ดั้งเดิมขององค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า จุดแข็งของประเทศไทยคือภูมิปัญญาด้านการเยียวยาที่สั่งสมมายาวนานหลายศตวรรษ ซึ่งปัจจุบันได้รับการสนับสนุนด้วยงานวิจัยและหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ ทำให้สามารถยกระดับสู่บริการ Medical Wellness ที่เป็นระบบ ปลอดภัย และได้รับการยอมรับในระดับสากล

รากฐานของแพทย์แผนไทยอยู่บนแนวคิด ธาตุ 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ ซึ่งใช้เป็นกรอบในการประเมินความสมดุลของร่างกาย การใช้ชีวิต และการวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล ไม่ใช่การทดแทนการวินิจฉัยของแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเชื่อมโยงการดูแลด้วยอาหาร สมุนไพร การนวด การประคบ การอบสมุนไพร การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรม ภายใต้แนวคิด Body-Mind-Behavior

ศิริราชได้พัฒนาโมเดล Hospital-based Medical Wellness ที่บูรณาการแพทย์แผนไทยประยุกต์เข้ากับระบบโรงพยาบาล เทคโนโลยี AI และกระบวนการคัดกรองสุขภาพ เริ่มจากการประเมินความเสี่ยง ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล ให้บริการ ติดตามผล และปรับแผนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ระบบมาตรฐานและความปลอดภัย

รศ.ดร.นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า การผลักดันแพทย์แผนไทยสู่ระดับโลกต้องอาศัย 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย การคัดกรองผู้รับบริการ มาตรฐานการให้บริการ หลักฐานทางวิชาการ การบูรณาการกับการแพทย์สมัยใหม่ และการคงอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการจากทั่วโลก และยกระดับแพทย์แผนไทยจากมรดกทางวัฒนธรรมสู่บริการ Medical Wellness ระดับนานาชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน