ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับตาความเสี่ยงจากค่าครองชีพสูง ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าสหรัฐ รวมถึงผลกระทบจากเอลนีโญที่อาจกดดันเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยเดือนพ.ค.2569 ว่า เศรษฐกิจไทยโดยรวมยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แม้ภาคการส่งออกสินค้าจะชะลอลง แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงแต่ทรงตัว และตลาดแรงงานโดยรวมยังมีเสถียรภาพ

ด้านภาคต่างประเทศ รายได้จากการท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียที่เดินทางเข้ามามากขึ้นในช่วงวันหยุดยาวของประเทศตนเอง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากบางประเทศในอาเซียนยังลดลง เนื่องจากความต้องการเดินทางที่อ่อนแรงและจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

สำหรับการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำ ปรับลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับ และยานยนต์ หลังจากเร่งตัวไปมากในช่วงก่อนหน้า สะท้อนผลกระทบจากความต้องการในตลาดต่างประเทศที่ชะลอลง ขณะที่การส่งออกสินค้าเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมีบางส่วนยังขยายตัวได้จากราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น

อุปสงค์ภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้า หลังยอดใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและรถยนต์ขยายตัว โดยเฉพาะรถยนต์นั่งและรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังปรับลดลงจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพ รายได้ และแนวโน้มการจ้างงานในอนาคต

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนในหมวดยานยนต์และการขนส่ง รวมถึงการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์บางประเภท แม้ว่าการลงทุนด้านก่อสร้างอาคารพาณิชย์จะชะลอลงก็ตาม

ด้านการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณต่อเนื่องของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่การลงทุนของรัฐวิสาหกิจลดลงจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและคมนาคมที่ชะลอตัว

ในด้านการผลิต ภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงเล็กน้อยตามการชะลอตัวของภาคส่งออก โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ภาคบริการยังทรงตัว โดยธุรกิจการค้า โรงแรม และร้านอาหารได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ส่วนภาคเกษตรมีรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ปรับสูงขึ้น เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และข้าว

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.79% ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยราคาพลังงานเริ่มลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลก ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการส่งผ่านต้นทุนการผลิตมายังราคาสินค้าบางประเภท แต่ยังไม่พบสัญญาณการปรับขึ้นราคาสินค้าในวงกว้าง

ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม แต่ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน เนื่องจากการนำเข้าพลังงานลดลง ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลลดลง ขณะที่ตลาดแรงงานยังทรงตัว แม้บางภาคธุรกิจ โดยเฉพาะโรงแรมและการขนส่ง เริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและต้นทุนที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐ ผลของมาตรการภาครัฐต่อเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์สภาพอากาศและผลกระทบจากเอลนีโญที่อาจกระทบภาคเกษตรและเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงที่เหลือของปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน