บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ OMRON เผยคนไทย 1 ใน 4 มีภาวะความดันโลหิตสูง ขณะที่เกือบ 50% ไม่รู้ตัว และผู้ป่วยภาวะหัวใจห้ งบนสั่นพลิ้ว (AFib) เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นถึง 5 เท่า เดินหน้ากลยุทธ์ “Going for ZERO” เปิดตัวเครื่องวัดความดันโลหิตอัจฉริยะ 3 ซีรีส์ใหม่ ตอบโจทย์ตลาด Home Healthcare

วันที่ 30 มิ.ย. 2569 นายยูซุเกะ กาโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการของประชากร ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ทำให้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบสาธารณสุขในอนาคต
“ออมรอนเชื่อว่าการป้องกันคือการรักษาที่ดีที่สุด ภายใต้วิสัยทัศน์ Going for ZERO เราต้องการยกระดับเครื่องวัดความดันโลหิตจากอุปกรณ์วัดค่าทั่วไป ให้เป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ประชาชนสามารถใช้งานได้เองที่บ้าน เทคโนโลยี Intellisense AFib ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวัดความดันโลหิตพร้อมคัดกรองภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ในการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว เพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติก่อนพัฒนาไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง”
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO Thailand) ระบุว่า คนไทยวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 4 คน มีภาวะความดันโลหิตสูง แต่มีเพียงประมาณ 30% ที่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ ขณะที่เกือบ 50% ไม่ทราบว่าตนเองป่วย เนื่องจากโรคมักไม่แสดงอาการ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ฆาตกรเงียบ”
นอกจากนี้ 58% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ ความเสี่ยงดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ซึ่งเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อย
โดยผู้ป่วยมีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า แต่ผู้ป่วยจำนวนมากกลับไม่แสดงอาการ หรือมีอาการเป็นๆ หายๆ ทำให้ไม่ได้รับการวินิจฉัยจนเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนั้น การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญต่อการลดความสูญเสียทั้งด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และภาระค่าใช้จ่ายของระบบสาธารณสุข
ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ออมรอนได้เปิดตัวเครื่องวัดความดันโลหิตอัจฉริยะ 3 ซีรีส์ใหม่ ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
EZ Series ได้รับการออกแบบสำหรับผู้เริ่มต้นดูแลสุขภาพที่บ้าน ใช้งานง่าย ให้ความแม่นยำสูง รองรับรอบต้นแขนขนาด 22–42 เซนติเมตร พร้อมระบบประหยัดพลังงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
IQ Series พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามสุขภาพเชิงลึก โดยติดตั้งเทคโนโลยี Intellisense AFib สำหรับคัดกรองภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ที่อ่านค่าได้ง่าย และผ้าพันแขน IntelliWrap™ ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากการพันผ้าผิดตำแหน่ง เพิ่มความแม่นยำในการวัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ
ส่วน HEM-7383T1 รุ่นเรือธง ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพยุคดิจิทัล โดยผสานความแม่นยำระดับคลินิกเข้ากับการเชื่อมต่อ Bluetooth ผู้ใช้งานสามารถบันทึก ติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพระยะยาวผ่านสมาร์ทโฟน รวมถึงแชร์ข้อมูลให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ประกอบการวางแผนการรักษา ช่วยยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาพร้อมการรับประกันมาตรฐาน 3 ปี และสามารถขยายระยะเวลารับประกันเพิ่มอีก 2–3 ปี เมื่อลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ OMRON
ด้าน ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการของคนไทย โดยปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้มากที่สุดคือโรคความดันโลหิตสูงและภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib)
“ผู้ป่วย AFib จำนวนมากไม่มีอาการ ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงจนกระทั่งเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เทคโนโลยีที่ช่วยคัดกรองความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้จะไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ แต่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสในการป้องกันโรครุนแรงและลดความสูญเสียในระยะยาว”