จับตา รับฟังความเห็นร่าง มอก.เหล็กเตา IF สู่จุดชี้ขาดอุตสาหกรรมเหล็กไทย กลางเดือนก.ค.นี้ ด้าน “วิศวกรโครงสร้าง” ย้ำต้องตอบโจทย์ความปลอดภัยก่อนประกาศ

รายงานข่าวแจ้งว่าสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นและจัดทำเทคนิควิจารณ์ร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นฉบับใหม่ ช่วงกลางเดือนก.ค.นี้ ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ยังคงร้อนแรงเกี่ยวกับคุณภาพการผลิตและความปลอดภัยของเหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือ IF (Induction Furnace) ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางอุตสาหกรรมเหล็กและมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารในอนาคต

ด้านนายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้เสนอข้อมูลและข้อสังเกตทางวิชาการต่อคณะกรรมาธิการด้านอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งประกอบการจัดทำร่าง มอก.เหล็กฉบับใหม่ โดยยืนยันว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันทางธุรกิจของผู้ผลิต แต่เป็นเรื่องมาตรฐานคุณภาพการผลิตเหล็กและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว

ประเด็นแรกที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก คือความเชื่อมโยงระหว่างเหล็กจากเตา IF กับกรณีอาคารพังถล่มที่ผ่านมา ซึ่งสมาคมเห็นว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าเหล็กที่ผลิตจากเตา IF เป็นสาเหตุโดยตรงของการถล่มของอาคาร ดังนั้นการพิจารณาคุณภาพเหล็กควรแยกออกจากการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติภัยแต่ละกรณี เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน

อย่างไรก็ตาม สมาคมชี้ว่าแม้ในทางทฤษฎีเตา IF จะสามารถผลิตเหล็กที่มีคุณภาพได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะเศษเหล็กที่นำมาหลอมต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด รวมถึงต้องมีระบบกำจัดสิ่งเจือปนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

“คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การควบคุมคุณภาพในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของเศษเหล็กซึ่งมักมาจากหลายแหล่งและมีคุณภาพแตกต่างกัน หากขาดระบบกำกับดูแลที่รัดกุม อาจส่งผลต่อคุณภาพของน้ำเหล็กและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้”

อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างการถกเถียงในวงวิชาการ คือการพิสูจน์ให้เห็นถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีเตา IF ว่าสามารถยกระดับคุณภาพการผลิตได้ทัดเทียมกับเตาหลอมไฟฟ้าแบบ EF (Electric Arc Furnace) ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับมายาวนานและมีขั้นตอนการควบคุม รวมถึงการกำจัดสิ่งเจือปนในน้ำเหล็กที่ชัดเจนกว่า

โดยทางสมาคมมองว่า ผู้ผลิตที่ใช้ระบบเตา IF จำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัย และหลักฐานเชิงเทคนิคที่ชัดเจน เพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถควบคุมคุณภาพเหล็กได้ในระดับเดียวกับระบบ EF และสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อภาควิชาชีพและผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

นายอมร กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการพิจารณามาตรฐานเหล็กไม่ได้อยู่ที่ประเภทของเตาหลอม แต่คือคุณภาพของเนื้อเหล็กและระดับสิ่งเจือปนที่หลงเหลืออยู่ในผลิตภัณฑ์ เพราะเหล็กที่มีความบริสุทธิ์สูงจะส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะของโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะความสามารถในการรับแรงดึง ความเหนียว และความยืดหยุ่น

คุณสมบัติเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ซึ่งโครงสร้างจำเป็นต้องสามารถโยกตัวและดูดซับพลังงานได้โดยไม่เกิดการแตกหักอย่างฉับพลัน จึงเป็นเหตุผลที่ภาควิชาชีพให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพเหล็กในทุกขั้นตอนการผลิต

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ ข้อมูลและข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิตเหล็ก นักวิชาการ วิศวกร และภาคอุตสาหกรรม จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการ (กว.) ของ สมอ. เพื่อวิเคราะห์และถกเถียงในเชิงวิชาการอย่างรอบด้าน ก่อนกำหนดมาตรฐานเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อยต่อไป

ส่วนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ซึ่งจะพิจารณาข้อมูลทางเทคนิค ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม และประเด็นด้านความปลอดภัยควบคู่กันไป การพิจารณามาตรฐานเหล็กครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตัดสินใจเรื่องเทคโนโลยีการผลิต แต่เป็นการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และยกระดับความปลอดภัยของอาคารและสิ่งก่อสร้างของประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน