ช้อปปี้ ทุ่ม 500 ล. เปิดโปรแกรม ‘ไทยช่วยไทย’ ดันเอสเอ็มอีไทยสู้ศึกอีคอมเมิร์ซ

นายคริส เฟิงประธาน บริษัท ซี กรุ๊ป บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มShopee กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ช้อปปี้ (Shopee) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำในบราซิล เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจด้าน Digital Inclusion สร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเท่าเทียม โดยทำหน้าที่เป็น “สะพานดิจิทัล” เชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ากับโอกาสบนโลกออนไลน์ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคตลอดระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา

ล่าสุด ได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือถึงแนวทางการสนับสนุนและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศผ่านระบบนิเวศน์ของแพลตฟอร์มช้อปปี้ พร้อมรายงานความคืบหน้าของโครงการสำคัญ ได้แก่ โปรแกรม ‘ไทยช่วยไทยกับช้อปปี้: สนับสนุนการเติบโตร้านค้าไทยรายย่อย (Thai MSME Growth SupportProgram)’ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ MSMEs ไทย พร้อมขับเคลื่อนการเข้าถึงโอกาสทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อได้ดียิ่งขึ้น

โปรแกรมดังกล่าวมีมูลค่าการสนับสนุนรวมกว่า 500 ล้านบาทตลอดทั้งโครงการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของร้านค้าไทยรายย่อย หรือ MSME และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนถึงการรวมพลังระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างฟันเฟืองที่แข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบาย “ไทยช่วยไทย” ของรัฐบาลที่มุ่งใช้ศักยภาพของอีคอมเมิร์ซในการสร้างโอกาสและรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ

ในการหารือร่วมกันครั้งนี้ รัฐบาลได้เน้นย้ำวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย หรือ MSME ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย พร้อมสะท้อนถึงบทบาทของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเปิดโอกาสทางการค้าและขยายช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างการเติบโตให้แก่ผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ

โดยช้อปปี้ได้เข้ามาสนับสนุนนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการริเริ่มโปรแกรม ‘ไทยช่วยไทยกับช้อปปี้: สนับสนุนการเติบโตร้านค้าไทยรายย่อย (Thai MSME Growth Support Program)’ ซึ่งมุ่งส่งเสริมการเติบโตของร้านค้าชาวไทยผ่านสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภค กระตุ้นยอดขาย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้จัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ผู้ขายชาวไทยนับหมื่นราย และได้นำศักยภาพของเครือข่ายระดับภูมิภาคของช้อปปี้ในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมผลักดันความร่วมมือในการนำสินค้าท้องถิ่นและของดีจากชุมชนไทยก้าวสู่เวทีสากล ผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากที่สามารถขยายตลาดส่งออกได้อย่างครอบคลุม ผ่านโปรแกรมส่งเสริมการขายข้ามพรมแดนทั้ง Shopee International Platform (SIP) และ Shopee Global Sales ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและคุณภาพของสินค้าไทยที่พร้อมได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย

พร้อมกันนี้ ยังได้เสนอให้ช้อปปี้ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงของอาเซียน เพื่อร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคในอนาคต

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Sea และ Shopee โดยตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา เราภาคภูมิใจที่ได้เติบโตเคียงข้างสังคมไทย และมีส่วนสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจบนโลกออนไลน์ การเปิดตัวโปรแกรม ‘ไทยช่วยไทยกับช้อปปี้: สนับสนุนการเติบโตร้านค้าไทยรายย่อย’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในวงกว้าง ผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้าง เข้าถึงได้ และเอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการไทย

สำหรับโปรแกรม ‘ไทยช่วยไทยกับช้อปปี้: สนับสนุนการเติบโตร้านค้าไทยรายย่อย (Thai MSME Growth Support Program)’ ช้อปปี้ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการไทยรายย่อย (Thai MSME) ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขในการรับสิทธิ์ และเปิดร้านอยู่บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ราว 1.2 ล้านรายทั่วประเทศ โดยสิทธิประโยชน์ในโปรแกรมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจรายย่อย ผ่านกระบวนการที่สะดวกและเข้าถึงง่าย พร้อมเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 6-10 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับสิทธิ์การสนับสนุนต่อเนื่องนาน 6 เดือน ซึ่งประกอบด้วย

ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายสำหรับ 10 คำสั่งซื้อแรกต่อเดือน (รวมสูงสุด 60 คำสั่งซื้อตลอดโปรแกรม)

ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการขายในอัตราพิเศษ 0.5-1.5% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามรายละเอียดของแต่ละหมวดหมู่สินค้า สำหรับคำสั่งซี้อที่เกินว่า 10 คำสั่งซื้อแรก เฉพาะร้านค้าที่มียอดขายต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน