กคช. เปิดแคมเปญ “กคช. ช่วยคนไทย ซื้อง่าย ผ่อนสบาย” นำที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ทั่วประเทศ ลดสูงสุด 20% พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อ เพิ่มโอกาสให้กลุ่มเปราะบาง
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาตินำนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแคมเปญ “กคช. ช่วยคนไทย ซื้อง่าย ผ่อนสบาย” นำที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่กว่า 69 โครงการทั่วประเทศ บ้านเอื้ออาทร 37 โครงการ มอบส่วนลดสูงสุด 20% พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อ
เพิ่มโอกาสให้กลุ่มเปราะบางประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันได ได้แก่ ปีแรกดอกเบี้ย 0% ฟรีดอกเบี้ย ปีที่ 2-3 อัตรา 2.50% ปีที่ 4-5 อัตรา 4.00% ปีที่ 6-10 อัตรา 6.50% และปีที่ 11-40 อัตรา 6.75%
นอกจากนี้ ผู้ที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ สามารถทำสัญญาเช่าซื้อกับการเคหะแห่งชาติได้โดยตรง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เช่าซื้อที่ต้องการลดภาระหนี้ แจ้งความประสงค์ขอผ่อนชำระต่อเดือนในวงเงินที่สูงกว่าที่กำหนด เพื่อปิดบัญชีได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังได้รับการยกเว้นการตรวจสอบเครดิตบูโร สำหรับโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการเคหะชุมชน (ผู้มีรายได้น้อย) โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเชิงสังคม และโครงการแนวเส้นทางรถไฟฟ้าประชานิเวศน์ 3 (ส่วนที่ 1 และ 2) โดยจะพิจารณาจาก Credit Score ตามความเหมาะสมแทน ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวเปิดให้เข้าร่วมตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
นายทวีพงษ์ กล่าวต่อว่า การเคหะแห่งชาติยังเปิดโอกาสให้ผู้เช่าในโครงการของการเคหะแห่งชาติสามารถเปลี่ยนเป็นสัญญาเช่าซื้อ (Walk-in) ได้ โดยโครงการเพื่อสังคม เช่น บ้านเอื้ออาทร และเคหะชุมชนสำหรับผู้มีรายได้น้อย วางเงินมัดจำเพียง 1,000 บาท ส่วนโครงการเชิงพาณิชย์วางเงินมัดจำ 5,000 บาท และโครงการแนวเส้นทางรถไฟฟ้าประชานิเวศน์ 3 วางเงินมัดจำ 10,000 บาท พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 2.50% ในปีแรก
ทุกโครงการที่เข้าร่วมแคมเปญจะได้รับการปรับปรุง และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมเข้าอยู่อาศัยก่อนส่งมอบ หรือหากผู้ซื้อประสงค์ปรับปรุงด้วยตนเอง ก็สามารถเลือกรับส่วนลดราคาขาย เทียบเท่าค่าซ่อมแซมตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเพิ่มทางเลือกและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
แคมเปญนี้ไม่เพียงช่วยให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการมีส่วนช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน