สะเทือน! AISC ออกแถลงการณ์เรียกร้อง คุมเข้มเหล็กเตา IF แนะเร่งปรับเกณฑ์ตรวจสอบเหล็กเตา IF ทั่วภูมิภาค ลดความเสี่ยงโครงสร้างอาคาร เพื่อความปลอดภัย

สภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (ASEAN Iron and Steel Council : AISC) ออกแถลงการณ์ร่วมส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลประเทศสมาชิกอาเซียนให้เร่งทบทวนมาตรการกำกับดูแลการผลิตและการใช้งานเหล็กก่อสร้างที่ผลิตจากเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace : IF) หลังผลการศึกษาของคณะทำงานด้านเทคนิคพบข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพเนื้อเหล็กและความปลอดภัยของโครงสร้าง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ภูมิภาคกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น

แถลงการณ์ดังกล่าวสะท้อนจุดยืนร่วมขององค์กรเหล็กจาก 6 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ และเมียนมา ที่เห็นพ้องกันว่ามาตรฐานเหล็กก่อสร้างในหลายประเทศยังอ้างอิงหลักเกณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งอาจไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการผลิตเหล็กในปัจจุบัน โดยเฉพาะการขยายตัวของการผลิตเหล็กจากเตา IF ที่มีข้อจำกัดด้านกระบวนการกำจัดสิ่งเจือปนในเนื้อเหล็ก

รายงานการศึกษาระบุว่า แม้เหล็กจากเตา IF บางส่วนจะสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ แต่การผ่านผลทดสอบตามมาตรฐานเดิมไม่ได้หมายความว่าเหล็กจะมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเทียบเท่าเหล็กที่ผลิตจากกระบวนการผลิตหลักที่ใช้กันทั่วโลก เนื่องจากกระบวนการผลิตมีผลโดยตรงต่อโครงสร้างจุลภาคและคุณภาพภายในของเนื้อเหล็ก

โดยจุดอ่อนสำคัญของเหล็กจากเตา IF คือความสามารถในการกำจัดสิ่งเจือปนและสารมลทินที่ปะปนอยู่ในเนื้อเหล็กมีข้อจำกัดมากกว่ากระบวนการผลิตสมัยใหม่ ส่งผลให้คุณสมบัติด้านความเหนียว ความสามารถในการรับแรงกระแทก และความต้านทานความล้า (Fatigue Resistance) ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องรองรับแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระทำซ้ำเป็นเวลานาน

ผลการศึกษายังพบว่า เหล็กที่ผลิตจากเตา IF มีค่าดัชนีสิ่งเจือปนในเนื้อเหล็ก (K4) สูงกว่าเหล็กที่ผลิตจากกระบวนการมาตรฐานสากลประมาณ 4-5 เท่า แม้จะผ่านข้อกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานเดิมอาจยังไม่ครอบคลุมการประเมินคุณภาพภายในของเนื้อเหล็กอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะการตรวจสอบความสะอาดของเนื้อเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว

“ขณะนี้ หลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มยกระดับมาตรการควบคุมการผลิตเหล็กจากเตา IF แล้ว โดยเฉพาะจีนที่มีคำสั่งยุติการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างจากเตา IF และหลายประเทศในเอเชียและอาเซียนอยู่ระหว่างทบทวนมาตรฐานและข้อกำหนดด้านคุณภาพ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของภาคก่อสร้างในภูมิภาค สภาเหล็กได้เสนอ 4 แนวทางเร่งด่วนต่อรัฐบาลประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ การทบทวนความเหมาะสมของการใช้เหล็กจากเตา IF ในงานก่อสร้าง การปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์และวิธีการทดสอบให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตปัจจุบัน การเพิ่มข้อกำหนดด้านคุณภาพภายในของเนื้อเหล็กและการตรวจสอบสิ่งเจือปน รวมถึงการกำหนดแนวทางลดหรือยุติการใช้เตา IF สำหรับการผลิตเหล็กก่อสร้างในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การผ่านหรือไม่ผ่านมาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้มาตรฐานมีความทันสมัยและสามารถสะท้อนคุณภาพที่แท้จริงของเหล็กก่อสร้างได้อย่างรอบด้าน เพื่อให้การพัฒนาเมือง อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนในอนาคตเป็นไปบนพื้นฐานของความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชนและเศรษฐกิจของภูมิภาค

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน